Jump to content




Bun venit pe Civic FD Thailand Community
Inregistreaza-te pentru a vedea tot continutul forumului, Logheaza-te acum - ori e creaza-ti cont for free today!
Photo

ความรู้เรื่องน้ำมันแก๊สโซฮอล์ กับเครื่องยนต์ FD เมื่อรู้แล้วจะเติมอะไรดี


  • Please log in to reply
559 replies to this topic

#1
jchoomal

jchoomal

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,819 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rachada, BKK
  • Interests:Car / Bhuddha Amulet
  • ชื่อเล่น : วัชร
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • My Car : Car

มีคำถามมากมายว่าจะเติมน้ำมันอะไรดี 91 หรือ 95 แล้วแก๊สโซฮอล์เนี๋ยะมันจะดีไหม ปลอดภัยกับเครื่องยนต์ไหม

มาทำความเข้าใจกัน

น้ำมันแก๊สโซฮอล์คืออะไร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ คือ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ที่มีการคิดค้นขึ้นใหม่ (หนึ่งในผู้คิดค้นคือพระพ่อหลวงของเรา) ขึ้นมาทดแทนน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (น้ำมันแก๊สโซลีน) ที่มีส่วนผสมของสาร MTBE ในการเพิ่มออกเทน
สารผสมที่นำมาทดแทน MTBE ก็คือเอทานอลหรือเอทิลแอลกอฮอล์ ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% โดยผสมกับน้ำมันเบนซิน ในอัตราส่วน น้ำมันเบนซิน 90 ส่วน เอทานอล 10 ส่วน ได้เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่มีค่าออกเทนของน้ำมันเบนซินที่มีคุณภาพในการต้านทานการน็อค หรือ ความสามารถของน้ำมันเบนซินที่จะเผาไหม้โดยปราศจากการน็อคในเครื่องยนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนด และสามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินธรรมดาได้ โดยเติมได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม และสามารถเติมสลับหรือผสมกับเบนซิน โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันหมดถัง

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ค่าออกเทน 95 กับ 91 ต่างจากน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วค่าออกเทน 95 กับ 91 อย่างไร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 อย่างไร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ผลิตจากน้ำมันเบนซินออกเทน 91 ผสมกับเอทานอลซึ่งเป็นตัวเพิ่มค่าออกเทน ทำให้ได้แก๊สโซฮอล์ที่มีออกเทนเท่ากับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่ใช้สาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) เป็นสารเพิ่มค่าออกเทน [/b]

ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว 95 ทั่วไป กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 95 ทั่วไป = น้ำมันเบนซิน 91+ สาร MTBE ในปริมาณ 5.5 - 11% Vol + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(สาร MTBE นำเข้าจากต่างประเทศ)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 = น้ำมันเบนซิน 91+เอทานอล ในปริมาณ 10 % Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(เอทานอลผลิตจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 91 อย่างไร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ผลิตจากน้ำมันเบนซินออกเทน 83-89 ผสมกับเอทานอลซึ่งเป็นตัวเพิ่มค่าออกเทน ทำให้ได้แก๊สโซฮอล์ที่มีออกเทนเท่ากับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว 91 ที่ใช้สาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) เป็นสารเพิ่มค่าออกเทน สาร MTBE

ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเบนซินออกเทน 91 ทั่วไป กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91
น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91 ทั่วไป = น้ำมันเบนซินค่าออกเทนต่ำ (83-89) + สาร MTBE ในปริมาณ 5.5 - 11% Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(สาร MTBE นำเข้าจากต่างประเทศ)
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 = น้ำมันเบนซินค่าออกเทนต่ำ (83-89) +เอทานอล ในปริมาณ 10 % Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(เอทานอลผลิตจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด)

น้ำมันที่ผสมเอทานอลในอัตราส่วน 90 : 10 มีชื่อเรียกย่อๆให้เข้าใจง่ายว่า E10 ได้รับการรับรองจาก EPA (Environmental Protection Agency) ของสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถลดการปล่อยไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ได้ถึง 30% จึงช่วยลดมลพิษในอากาศเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
และสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้ใช้น้ำมัน E10 แทนน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วโดยได้ออกกฎหมายบังคับ ให้มีการยกเลิกการใช้สารMTBE ผสมในน้ำมันเบนซิน ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2545 เป็นต้นมา

ความแตกต่างของน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว กับน้ำมันแก๊สโซฮอลก็คือ ใช้สาร MTBEเป็นส่วนผสม หรือใช็เอทานอลเป็นส่วนผสมนั่นเอง

เอทานอล คืออะไร ผลิตได้มาจากไหน
เอทานอลผลิตจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด เป็นแอลกอฮอบริสุทธิ์ประเภทหนึ่ง เรารู้จักันดี

MTBE คืออะไร มารู้จักมันกันก่อนนะ
MTBE มีชื่อเต็มว่า เมธิล เทอร์เทียรี บิวทิล อีเธอร์ (MTBE) สูตร: C5H12O เป็นสาร Oxygenate Compound ที่กำหนดให้มีการเติมในน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว ออกเทน 95 ในปริมาณ 5.5 - 11% Vol.
สาร MTBE หรือ Methyl Tertiary Butyl Ether เป็นสารเคมีที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ ผลิตขึ้นได้จากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่าง Methanol และ Isobutane ที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมได้มีการนำสารดังกล่าวมาใช้ กันอย่างแพร่หลาย โดยเติมลงในน้ำมันเบนซิน เพื่อช่วยลดปริมาณก๊าชคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่ออกมาจากไอเสียของรถยนต์ และช่วยเพิ่มค่าออกเทนของน้ำมันแทนสารตะกั่ว

MTBE มีข้อเสียคือ ทำให้เกิดการปนเปื้อนกับน้ำใต้ดินและน้ำดื่ม หลายๆ ประเทศจึงมีนโยบายเลิกใช้สาร MTBE เช่นในสหรัฐอเมริกา ได้ตรวจสอบพบว่า มีการปนเปื้อนของสาร MTBE ในน้ำใต้ดินในบางรัฐ เนื่องจากถังน้ำมันของสถานีบริการเกิดการรั่วขึ้น MTBE + น้ำ + เหล็ก => เกิดสนิม เป็นผลทำให้น้ำดื่มที่ผลิต จากน้ำบาดาลมีกลิ่นและรสเปลี่ยนไป จากปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้เกิดกระแสต่อต้านการนำสาร MTBE มาใช้ในน้ำมันเบนซิน ประกอบกับในขณะนั้น ยังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่จะกำจัดสาร MTBE ที่ปนเปื้อนได้ ทำให้หน่วยงานของภาครัฐบาลในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ออกกฎหมายบังคับ ให้มีการยกเลิกการใช้สารดังกล่าวในน้ำมันเบนซิน ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2545 เป็นต้นมา
และจากผลการศึกษาความเป็นพิษของ MTBE ของหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ทั้งของสหรัฐอเมริกาและยุโรป พบว่าสาร MTBE เป็นสารก่อมะเร็ง กลุ่ม C เพราะสารที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจและการกินชนิดนี้ สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุผิว มีและผลต่อระบบหายใจในระยะยาว ซึ่งการที่สัตว์ทดลองได้รับ MTBE ในปริมาณสูงจะมีโอกาสการเกิดมะเร็งมากขึ้น ทั้งมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาว

MTBE ระเหยเป็นไอได้ง่ายและรวดเร็วหากเปิดฝาภาชนะทิ้งไว้ หรือจากผิวน้ำเมื่อปนเปื้อนในน้ำ ดังนั้นจึงพบได้บ่อยในรูปก๊าซในอากาศด้วย
MTBE ละลายน้ำได้เล็กน้อยและซึมลงยังชั้นน้ำใต้ดิน
MTBE อยู่ในน้ำใต้ดินได้เป็นเวลานาน
MTBE สามารถเกาะอยู่กับอนุภาคที่อยู่ในน้ำได้ ซึ่งจะกลายเป็นตะกอนในที่สุด นี่แหละต้นต่อที่ทำให้ถังน้ำมันของเรามีตะกอนได้ เพราะเจ้าน้ำมันไร้สารตะกั่วนี่เอง
MTBE สลายตัวได้เมื่อไอของ MTBE ถูกแสงอาทิตย์
MTBE + น้ำ + เหล็ก => ทำให้เกิดสนิม ดังนั้นถังน้ำมันต้องออกแบบให้ทนทานต่องการเกิดสนิม

เมื่อน้ำมันแก๊สโซฮอล์ มีคุณสมบัติเหมือนน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว ไม่ว่าจะมีค่าออกเทน 91 หรือ 95 ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์ข้อกำหนด ดังนี้
1. ค่าออกเทน ไม่ต่ำกว่าที่กำหนด 91 หรือ 95 ค่าออกเทนของน้ำมันเบนซินจะบ่งถึงคุณภาพในการต้านทานการน็อค หรือ ความสามารถของน้ำมันเบนซินที่จะเผาไหม้โดยปราศจากการน็อคในเครื่องยนต์
2. ค่าความดันไอ ไม่สูงกว่า 65 kpa. ค่าความดันไอเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความสามารถในการระเหย ซึ่งจะมีผลต่อการสตาร์ทเครื่องยนต์
3. EPA (Environmental Protection Agency) ของสหรัฐอเมริกา ได้ให้การรับรองว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์สามารถลดการปล่อยไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ได้ถึง 30% จึงช่วยลดมลพิษในอากาศเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งจะยังคงทำให้คุณสมบัติในการใช้งานกับเครื่องยนต์เหมือนกันกับน้ำมัน เบนซิน ออกเทน 95 ทุกประการ

ดังนั้นบริษัทผลิตน้ำมันชั้นนำของอเมริกาอย่าง Shell , Esso จึงได้ทำการผลิตและทำการทดลองและออกประกาศยืนยันว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทั้ง 91 และ 95 สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นระบบหัวฉีดที่ใช้น้ำมันเบนซินไร้ สารตะกั่วได้เลย โดยไม่ต้องมีการปรับแต่ง แต่ชิ้นส่วนพวกยาง พลาสติกที่ใช้ในระบบต้องเปลี่ยนให้สามารถมีความคงทนต่อเอทานอนได้

ดังนั้นบริษัทที่ผลิตรถยนต์จึงต้องพัฒนาเครื่องยนต์ให้สามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ จึงจะสามารถส่งเข้าไปขายในอเมริกาได้
และในประเทศไทย Shell และ Esso ก็ออกมารับประกันความเสียหายของเครื่องยนต์เช่นกัน

อย่างไรก็ดีในความเห็นส่วนตัวของผมพบว่าการผสมเอทานอน ในน้ำมันเบนซินนั้น จากการที่สารเอทานอนให้พลังงานปริมาณความร้อนที่ต่ำกว่า และอีกประการหนึ่งคืออัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงหลังจากน้ำมันถูกฉีดเข้าไป พบว่าอัตราส่วรเปลี่ยนไปโดยปกติการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะมีอัตราส่วนผสม ของอากาศ : เชื้อเพลิงที่ประมาณ 14.7 : 1 (น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว) แต่เมื่อใช้นำ่มันแก๊สโซฮอล์อัตราส่วนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นเบาบางลงกลายเป็น 15.1-15.2 : 1 ซึ่งกล่องควบคุม ECU ก็จะปรับแต่งค่าการจ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีดมากขึ้นเพิ่อให้ได้อัตราส่วนที่ กำหนด เครื่องยนต์ก็สามารถยังทำงานได้อย่างมีประสิทิภาพเหมือนเดิม แต่ว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น วัดเป็นตัวเลขได้เท่ากับ 3-5 % ดังนั้นน้ำมันแก๊สโซฮอล์จะมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าในการวัดพลังงานที่ ได้ต่ออัตราการสิ้นเปลือง หรือที่เรามักเปรียบเทียบกันอยู่เสมอว่าได้กี่กิโลลิตรนั่นเอง ซึ่งข้อนี้บริษัทผู้ผลิตทั้งหลายเก็บเงียบไม่ยอมออกมาเปิดเผย
อีกปัญหาหนึ่งที่ควรรู้ก็คือหากขับที่ความเร็วรอบไม่เกิน 2500 รอบ เจ้ากล่องควบคุม ECU ก็จะปรับแต่งค่าการจ่ายน้ำมันที่เหมาะสมได้แน่นอน บวกกับระบบควบคุมวาล์วไอดีไอเสียแบบ VTEC ของฮอนด้าด้วยพลังงานที่ได้ก็เหมือนเดิมละครับ แต่หากขับกันที่รอบสูงมากที่เจ้าปีกผีเสื้อเปิดกันเกือบสุด (near full throttle) แถว 4000-5000 รอบละก้อ กล่องควบคุม ECU มันจะเปลี่ยนการทำงานมาเป็น แบบ open loop มันจะควบคุมไม่ได้อีตอนนี้แหละ ที่แรงหายไปวูบๆๆๆ เพราะรอบเครื่องกวาดอยู่แถวๆ 5,000 แต่ส่วนผสมดันเปลี่ยนจาก 14.7:1 กลายเป็น 15.1:1 นี่ละมั่งที่ทำให้บรรดานักซิ่งทั้งหลายบอกไม่ชอบแก๊สโซฮอล์ 


สำหรับอัตราการสิ้นเปลื้องผมว่าในทางปฎิบัต ิปัจจัยแล้วเรื่องพฤติกรรมของผู้ขับรถมีปัจจัยมากกว่าในเรื่องนี้ ใช่ไหมครับเพื่อนๆ ใครชอบลากรอบเครื่องยนต์ออกรถแรงๆ ขับเร็ว ล้วนแล้วแต่ทำให้เปลื้องกว่าใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ทั้งสิ้น บวกกับราคาของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ถูกกว่า โดยรวมก็ทำให้ผู้ใช้รถประหยัดกว่าไม่ใช่หรือ

เมื่อมีการใช้แก๊สโซฮอล์แล้ว ยังสามารถลดการนำเข้าสาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) ซึ่งเป็นสารเพิ่มปริมาณออกซิเจนเพื่อเพิ่มค่าออกเทนได้อีกด้วย ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องนำเข้าสาร MTBE ปีละ 3,000 ล้านบาท ขณะที่แก๊สโซฮอล์ใช้เอทานอลสามารถหาได้ภายในประเทศ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกับ MTBE ซึ่งย่อยสลายยาก (มลรัฐหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มประกาศยกเลิกใช้สาร MTBE สำหรับประเทศไทย กำหนดไว้ภายในปี 2550)

ตานี้มาถึงข้อสงสัยคำถามก็คือ จะเติมอะไรกับเจ้า FD ของเราดี

ตอบ
ผมขออธิบายดังนี้ ไม่ว่าจะเป็นนำ้มันแก๊สโซฮอล์หรือน้ำมันเบนซิลไร้สารตะกั่ว มันก็ผสมสารเพิ่มออกเทนอยู่แล้ว ตามที่อธิบายมา ขอสรุปดังนี้

น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 95 ทั่วไป = น้ำมันเบนซิน 91+ สาร MTBE ในปริมาณ 5.5 - 11% Vol + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท(สาร MTBE นำเข้าจากต่างประเทศ)
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 = น้ำมันเบนซิน 91+เอทานอล ในปริมาณ 10 % Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(เอทานอลผลิตจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด)

น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91 ทั่วไป = น้ำมันเบนซินค่าออกเทนต่ำ (83-89) + สาร MTBE ในปริมาณ 5.5 - 11% Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท(สาร MTBE นำเข้าจากต่างประเทศ)
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 = น้ำมันเบนซินค่าออกเทนต่ำ (83-89) +เอทานอล ในปริมาณ 10 % Vol. + สารพิเศษตามสูตรของแต่บริษัท
(เอทานอลผลิตจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด)

นั่นก็คือทั้งสองอย่างมีพื้นฐานมาจากน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนต่ำมาผสมสาร เพิ่มออกเทนให้เป็น 91 หรือ 95 สารที่เติมก็ประมาณ 10 % Vol . ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าออกเทนมันจะลดลงได้เอง หรือกลัวว่าแก๊สโซฮอล์จะมีการเปลี่ยนแปลงค่าออกเทนจะลดลง
ทั้งสาร MTBE หรือ เอทานอล มีคุณสมบัติติดไฟที่จุดวาบไฟต่ำ ระเหยง่ายเช่นเดียวกับน้ำมันเบนซิน และสามารถจะรวมตัวกันได้อย่างดี หากค่าออกเทนจะมีค่าลดลงจากการระเหย สาร MTBE หรือ เอทานอลจะต้องระเหยหายไปอย่างเดียวหรือมากกว่าตัวน้ำมันนะครับ

และในทางปฎิบัติเราก็บรรจุในภาชนะปิด ถังน้ำมันปิดที่มีการควบคุมการระเหยอยู่แล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงค่าออกเทนจึงไม่เกิด หรือมีก็น้อยมาก อีกทั้งค่าออกเทนที่ผลิตจะกำหนดที่ขั้นต่ำ คือไม่ต่ำกว่า 91 หรือ 95 นะครับ

น้ามันออกเทน 95 ใช้กับเครื่องยนต์เก่าๆ ที่ออกแบบมายังไม่ค่อยมีคุณภาพ เครื่องยนต์มีปัญหาการน็อคในเครื่องยนต์ได้ง่าย การปรับแต่งก็ทำได้ยาก เพราะยังไม่มีระบบอิเล็กทรอนิก มาตรวจวัดแล้วปรับแต่ค่าให้เหมาะสม
ช่างได้แต่ปรับแต่ที่รอบเดินเบา และก็ที่ความเร็วรอบใช้งานปกติ การปรับแต่งมีความยุ่งยากเพราะยังใช้ระบบคาร์บิวเรเตอร์ การจ่ายน้ำมันเพื่อผสมกับอากาศในแต่ละกระบอกสูบมันควบคุมยาก กระบอกลูกสูบทั้ง 4 มีระยะห่างใกล้ไกลผิดกันทำให้ส่งน้ำมันไปไม่เท่ากัน และที่ความเร็วรอบสูงก้ยิ่งมีปัญหา ทำให้มีอัตราการผสมน้ำมันเบาบางไปทำให้เกิดการน็อค และจ่ายไฟไปหัวเทียนก็แบบเก่าก็อาจมีปัญหาจากชุดจานจ่าย จึงต้องการน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงมาช่วย ทำให้เวลาเครื่องเย็นก็สตาดเครื่องได้ง่าย เวลารอบเครื่องสูงการจุดระเบิดก็ยังคงพอจะเป็นไปได้ไม่เกิดการน็อค

ปัจจุบันจนการออกแบบเครื่องยนต์ให้ใช้น้ำมันค่าออกเทนต่ำ คือ ออกเทน 91 จึงเป็นมาตรฐานของรถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นมาในปัจจุบัน และในอนาคตน้ำมันค่าออกเทน 95 จะถูกยกเลิก ไม่มีการผลิตอีกต่อไป

เครื่องยนต์สมัยใหม่กำหนดให้ใช้ค่าออกเทน 91 อีกทั้งระบบได้มีการออกแบบให้ใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัย มีการปรับแต่งอัตราส่วนผสมของอากาศกับน้ำมันได้มีการพัฒนาอย่างสูง มีการควบคุมอากาศที่จะเข้ากระบอกสูบโดยผ่านปีกผีเสื้อและหัวฉีดน้ำมันที่มี อยู่ในตำแหน่งเดียวกันในแต่ละสูบ และควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิก ECU แถมยังมีเซนเซอ่ร์คอยตรวจเช็ค หากอัตราเชื้อเพลิงที่ผสมมีอัตราที่เบาบาง หรือหนาเกินไป ระบบก็จะปรับแต่งปีกผีเสื้อให้อากาศเข้าในมวลที่เหมาะสม และยังปรับเวลาของหัวฉีดให้สามารถผสมน้ำมันได้มากน้อยได้อีกด้วย การจุดระเบิด หัวเทียนก็มีเทคโนโลยี่สูง การควบคุมการจุดระเบิดก็แม่ยำตามองศาของการจุดระเบิดก่อนที่ลูกสูบจะถึงจุด สูงสุด TDC ในห้องเผาไหม้ขอให้ดูรูปประกอบ
en-03.gif

ดังนั้นการใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงเกินไปจึงเป็นความสิ้นเปลื้องมากกว่า ใช้ 91 ดีและเหมาะสมแล้วครับ

แต่หากเพื่อนนิยมขับที่รอบสูงๆละก้อ น่าจะโมดิฟายเครื่องโดยช่างที่ชำนาญมากกว่า หรือหากมีทุนสูงก็เลือกเครื่องของรุ่นRacing ที่เรียกว่า Type R ใส่แทนจะดีกว่า เพราะการใช้งานที่รอบสูงต้องการกำลังอัดที่มีมากกว่า มีขนาดของวาล์วปีกผีเสื้อที่ใหญ่กว่า และปรับแต่งจุดอื่นๆ ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าที่จะมาอธิบาย ณ ที่นี้
engine.jpg


หวังว่าบทความที่ผมใช้เวลาเขียนตั้งนานหลายชั่วโมงนี้จะมีประโยชน์ต่อ เพื่อนๆ สมาชิกบ้าง ในการเลือกเติมน้ำมันให้กับ เจ้า FD คันโปรดของเรา

ด้วยความปราถนาดี
จากสมาชิกคนเกิดวันศุกร์



#2
tlegig

tlegig

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,488 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : Ti_Tle
  • สีรถ : N/A
  • รุ่น : 2.0 EL AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : -'๑'-หลิน(สะ)ปูน-'๑'-
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ

#3
supapol

supapol

    กำลัง Run-In

  • Full Member
  • PipPip
  • 82 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : supapol
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S AT
:sm10: :sm10: :sm10: มีความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกใช้สิ่งที่เหมาะสมสำหรับ Civic FD รวมไปถึงรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆได้ด้วย ขอบคุณมากครับ :sm10: :sm10: :sm10:

#4
boripat

boripat

    กำลัง Run-In

  • Full Member
  • PipPip
  • 67 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : ble
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : สีเงิน
ได้รับข้อมูลดีๆมีสาระมากๆ ขอบคุณครับ

#5
ป้าcivic

ป้าcivic

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 371 posts
  • Gender:Female
  • Location:VET MED 73
  • Interests:Car racing, Music, Street dance, Vet
  • ชื่อเล่น : _DE55TNY_
  • สีรถ : แดง
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : Red-Devil
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ :sm06:

#6
TJ_FD1_BD37

TJ_FD1_BD37

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,073 posts
  • Gender:Male
  • Location:รามอินทรา เลียบทางด่วน ลาดพร้าว บดินทรเดชา วิสุทธานี-สยาม อนุสาวรีย์ ลพบุรี
  • Interests:ทุกอย่างที่เกี่ยวกับรถยนต์<br />ดนตรี<br />เครื่องบิน
  • ชื่อเล่น : takruppom"
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : อ้วน..เทา LPG@POWER
ขอบคุณคร๊าบบ สำหรับข้อมูงแน่นๆ

#7
entaneer99

entaneer99

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 834 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rang-Sit to Lumphun
  • ชื่อเล่น : Korn
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : พบรัก....(รักแท้)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ.........ได้ความรู้มากครับ

#8
กระป๋อง

กระป๋อง

    Professional

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPipPip
  • 1,150 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : บอย
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : OMO
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ดี ๆ

#9
anupongssw

anupongssw

    The Legend

  • The Legend
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 5,109 posts
  • Gender:Male
  • Location:บางจาก
  • ชื่อเล่น : nu
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : O'Roes
ตอนนี้เติมโซฮอล์ 91

#10
panda-bmw

panda-bmw

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2,190 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : panda
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : ไอ้เหมือน
แจ่มคับผม แน่นๆ

#11
kc111

kc111

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 3,048 posts
  • Gender:Male
  • Location:จรัลสนิทวงศ์ พระราม5 นครอินทร์ บางไหญ๋ ไทรน้อย...
  • ชื่อเล่น : หนึ่ง
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 EL AT (AS)
  • My Car : ข๊าวขาว
:sm34: ข้อมูลแน่นดีครับ..... :sm38: แต่ก็ยัง งง อยู่บ้างนิดหน่อยคับ....ต้องลองใช้แล้วก็ดูพฤติกรรมการขับของแต่ละคนล่ะคับ... :sm01:

#12
jchoomal

jchoomal

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,819 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rachada, BKK
  • Interests:Car / Bhuddha Amulet
  • ชื่อเล่น : วัชร
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • My Car : Car

ตอนนี้เติมโซฮอล์ 91

ผมก็เติมแก๊สโซฮอล์ 91 ทุกคันครับ อย่าง Accord เติม โซฮอล์ 91 ก็วิ่งได้ดี 180 กม/ชม สบายโดยวิ่งเป็นระยะทางจาก กทม ไป ขอนแก่น ก็อัดไปตลอดทางเพราะว่ารีบเร่ง รถวิ่งอยู่ในช่วงความเร็ว 120-180 โดยไม่มีปัญหาใดๆสูงสุดที่ลองก็ 210 แต่ว่าสัก2-3 นาที เพราะว่าไม่ปลอดภัยเลยลดความเร็วลงมาปัญหาไม่มี จะเสียเปรียบน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วก็คือ อัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าครับแต่หากคิดเป็นจำนวนบาท / กิโลเมตร ละก็ถูกกว่าชัวส์ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจที่จะได้นำเนื้อหา สาระดีๆกันต่อไป

#13
tranhanet

tranhanet

    กำลัง Run-In

  • Full Member
  • PipPip
  • 92 posts
  • Gender:Male
  • Location:Bangkok
  • ชื่อเล่น : Mean
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S AT
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ อะคับ

#14
jchoomal

jchoomal

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,819 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rachada, BKK
  • Interests:Car / Bhuddha Amulet
  • ชื่อเล่น : วัชร
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • My Car : Car

:sm34: ข้อมูลแน่นดีครับ..... :sm38: แต่ก็ยัง งง อยู่บ้างนิดหน่อยคับ....ต้องลองใช้แล้วก็ดูพฤติกรรมการขับของแต่ละคนล่ะคับ... :sm01:

เขียนและเรียบเรียงตามที่ได้ค้นคว้ามานะครับ บางที่ก็อธิบายเยิ่นเย้อไปบ้าง เพราะการพิมพ์ลงจอเลย มันไม่เหมือนเขียนลงกระดาษก่อน ก็นึกคิดอะไรได้ก็พิมพ์ลงไป ก็จะพยายามทำให้อ่านและเข้าใจง่ายๆครับ

#15
<KIRA>

<KIRA>

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2,612 posts
  • Gender:Male
  • Location:MUFC
  • Interests:สตางค์
  • ชื่อเล่น : KoRn
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : Silver Knight M&ING
อ่านม่านหวาย แต่ขอบคุณคับสำหรับข้อมูลที่ตั้งใจมาแบ่งปันกัน ^^

#16
theera2214

theera2214

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 605 posts
  • Gender:Male
  • Location:มีนบุรี
  • ชื่อเล่น : mai
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : ฟลุ๊ค
ขอบคุณครับพี่ เพราะผมใช้แต่ โซฮอล 91 กับรถทุกคันอยู่แล้ว จึงทำให้มั่นใจเพิ่มขึ้นอีกว่ามันไม่พาเราไปกินข้างลิงแน่

#17
Prinn_Joe

Prinn_Joe

    The Legend

  • Guardian Spirit
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 10,787 posts
  • Gender:Male
  • Location:Thonburi-RAMA III-Siam
  • ชื่อเล่น : JoE
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : ไซเบอร์
ขอบคุณคร๊าบบ สำหรับข้อมูลดีๆ...ใช้โซฮอลล์ ช่วยชาติคร๊าบบ

#18
lhongs

lhongs

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 3,063 posts
  • Gender:Male
  • Location:bangkae
  • ชื่อเล่น : หลง
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : Sticker STATION
ข้อมูลแน่น สาระเพียบ ขอบคุณมากครับ

#19
861welcome

861welcome

    มือใหม่ป้ายแดง

  • New Members
  • Pip
  • 9 posts
  • Gender:Male
  • Location:บางนา
  • Interests:ชอบ FD ครับ
  • ชื่อเล่น : ชธ
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : โชคดีมั่งมีศรีสุขปลอดภัย
ขอบคุณครับที่ให้ความกระจ่าง ครับ

#20
tock

tock

    The Legend

  • The Legend
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 9,515 posts
  • Gender:Male
  • Location:จรัญฯ57 - สุโขทัย
  • ชื่อเล่น : tock
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : Colt
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดี ๆ ว่าแต่ตอนนี้ราคาน้ำมันลงเรื่อย ๆ แล้วเอทานอลมันจะขึ้นรึป่าวน้า




1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users