Jump to content




มาผ่าระบบเกียรออโตของ FD ดูว่ามีใส้อยู่กี่ขดกันดีกว่า


190 replies to this topic

#1 jchoomal

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,812 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rachada, BKK
  • Interests:Car / Bhuddha Amulet
  • ชื่อเล่น : วัชร
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • My Car : Car

Posted 16 March 2009 - 10:50 PM

วันนี้มาผ่าระบบเกียร A/T ของ FD 5 สปีดดูกันดีกว่าว่ามีหน้าตาอย่างไร

อันดับแรกเราต้องรู้ศัพท์ที่เขาใช้เรียกระบบกันก่อน...
Torque Converter Clutch - ระบบคลัชต์ที่ทำงานโดยระบบไฮดรอลิก เมื่อมีน้ำมันมาจ่ายให้ตัวล็อกจับยึดกับ Flywheel
เพื่อต่อกำลังให้กับ Mainshaft ของชุดเกียร

Gear Automatic 5 speed - เกียรระบบอัตโนมัติแบบเดินหน้า 5 สปีด พร้อมเกียรถอยR ตำแหน่งเกียรว่าง N
และเกียรจอดรถ P

MAIN SHAFT - เพลาส่งกำลังหลักที่ 1
SECONDARY SHAFT- เพลาส่งกำลังหลักที่ 2
COUNTER SHAFT - เพลาตามของชุดเกียร

IDLER Gear Shaft - ชุดเพลาและเกียรสะพาน ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเพลาสองเพลา เพลาส่งกำลังหลักที่ 1
กับเพลาส่งกำลังหลักที่ 2 ใช้เมื่อเกียร 1,2,4 ทำงาน
[color="#FF0000"] หากไม่มีชุดเพลาและเกียรสะพาน เฟืองตามของเกียรเดินหน้า ( 1,2,4) จะหมุนไปในทิศทางตรงกันข้าม
กับเกียร 3 , 5 เมื่อมีชุดเพลาและเกียรสะพาน เฟืองทุกตัวของชุดเกียรเดินหน้าจะขับให้เพลาตาม
COUNTER SHAFT หมุนไปในทิศทางเดียวกัน

CLUTCH - คลัชต์แบบแผ่น เป็นคลัชต์เล็กๆที่จะมีประกอบติดอยู่กับแต่ละชุดเกียร
1 st Clutch - คลัชต์ของเกียร 1 ส่งผ่านชุด IDLER Gear
2 st Clutch - คลัชต์ของเกียร 2 ส่งผ่านชุด IDLER Gear
3 st Clutch - คลัชต์ของเกียร 3
4 st Clutch - คลัชต์ของเกียร 4 ส่งผ่านชุด IDLER Gear
5 st Clutch - คลัชต์ของเกียร 5 และเกียรถอย R

FINAL DRIVE GEAR - เฟืองขับที่ชุดเกียรชุดสุดท้ายก่อนเข้าชุดเกียร DIFFERENTIAL เพื่อไปหมุนล้อขับหน้า
FINAL DRIVEN GEAR - เฟืองตามที่ชุดเกียรชุดสุดท้ายของชุดเกียร DIFFERENTIAL เพื่อไปหมุนล้อขับหน้า

นั่นคือเกียรออโตของ FD จะมีชุดเกียรที่ประกอบกันไว้แล้ว และแต่ละชุดก็จะมีคลัชต์ของมันเองในการถ่ายทอดกำลัง
จะเห็นว่ามีคลัชต์หลักใหญ่ที่เราเรียกว่า Torque Converter Clutch 1 ชุด และมีคลัชต์เล็กๆ อีก 5 ชุด ที่ชุดเกียร
1,2,3,4,5 ตามลำดับ คลัชต์ 1 อยู่โดดๆ ส่วนคลัชต์ 2 กับ 4 หันหลังชนกันอยู่ เหมือนกับคลัชต์ 3 กับ 5
ในการเปลี่ยนเกียร สามารถทำได้ทั้งแบบแมนนัว และให้มันเลื่อนเกียรเองโดยโปรแกรม ที่เราเรียกว่าออโตเมติกนั่นเอง

มาดูรูปกัน
รูปที่ 1 โครงสร้างของเกียร A/T ของ FD
Posted Image

P Position ในตำแหน่ง P
ระบบไฮดรอลิกไม่ส่งนำมันไปที่ระบบคลัชต์ กำลังจากเครื่องยนต์ไม่ถูกส่งออกไป แถมด้วยการล็อกไม่ให้เพลาเกียรหมุนด้วยกลไกของ Park PAWL และล็อกอีกชั้นหนึ่งด้วย park gear
เมื่อเครื่องยนต์ถูกสต๊าด เพลาข้อเหวี่ยวและ Flywheel ก็หมุนไปตามรอบเดินเบา Torque Converter Clutch ไม่ทำงาน
ส่วนเพลาเกียรก็ถูกล็อกไม่ให้หมุน โดยถูกล็อกที่เพลา COUNTER SHAFT


รูปที่ 2 การส่งกำลังขณะอยู่ที่ตำแหน่งเกียรว่าง N
เมื่อเข้าเกียรว่าง N คลัชต์ Torque Converter Clutch จะทำงานส่งกำลังจากเครื่องยนต์มาหมุนเพลาส่งกำลังหลักที่ 1
(MAIN SHAFT) และเพลาส่งกำลังหลักที่ 2 (SECONDARY SHAFT) เตรียมรอพร้อมอยู่
เมื่อคลัชต์ของเกียร 1 หรือ 2 ทำงานรถยนต์ก็จะส่งกำลังไปที่ล้อ

เมื่อเลือกใช้การเลื่อนเกียรแบบแมนนัว เราสามารถเข้าเกียร 1 หรือ 2 ได้ เพื่อออกตัวที่เกียร 1 หรือ 2
หากเลือกระบบออโต ที่ตำแหน่ง D3 หรือ D โปรแกรม Grade Logic Control จะสั่งให้เริ่มออกตัวที่เกียร 1 ก่อนเสมอ
Posted Image

เมื่อเกียร 1 ถูกสั่งให้ทำงาน (ทั้งแบบแมนนัว โดยการเลื่อนคันเกียรไปที่ตำแหน่ง 1
หรือเลื่อนคันเกียรแบบออโตที่ตำแหน่ง D3 , D คลัชต์ของเกียร 1 จะทำงานส่งกำลังจากเพลาส่งกำลังไปที่เพลาตาม
(Counter shaft) โดยผ่านเกียรชุดที่ 1 แล้วผ่านชุดเฟืองสุดท้าย FINAL GEAR SET ไปที่ ชุดเกียร Differential ดังรูป 3

รูปที่ 3 หลักการทำงานของเกียร 1
Posted Image

ตำแหน่งเกียร 2
เมื่อเกียร 2 ถูกสั่งให้ทำงาน (ทั้งแบบแมนนัว โดยการเลื่อนคันเกียรไปที่ตำแหน่ง 2
หรือเลื่อนคันเกียรแบบออโตที่ตำแหน่ง D3 , D แล้วเกียร 2 นี้ทำงานต่อจากเกียร 1 เมื่อความเร็วรอบหรือความเร็ว
ของรถได้ตามที่โปรแกรมไว้แล้ว ระบบจะสั่งให้คลัชต์ของเกียร 1 หยุดทำงาน และให้คลัชต์ของเกียร 2 ทำงานต่อ
ในเวลาเสี้ยววินาทีเพื่อไม่ให้สูญเสียกำลัง เมื่อคลัชต์ของเกียร 2 ทำงาน มันก็จะส่งกำลังจากเพลาส่งกำลังไปที่เพลาตาม
(Counter shaft) ไปที่ชุดเฟืองสุดท้าย FINAL GEAR SET แล้วไปที่ ชุดเกียร Differential ดังรูป 4

รูปที่ 4 หลักการทำงานของเกียร 2
Posted Image


เช่นเดียวกันสำหรับการทำงานเมื่อเกียร 3, 4, 5 ดังรูปข้างล่างนี้

เกียร 3
Posted Image

เกียร 4
Posted Image

เกียร 5
Posted Image


และสุดท้ายเมื่อเราเข้าเกียรถอย R
เกียรถอยจะส่งผ่านกำลังโดยใช้คลัชต์ร่วมกับเกียร 5 ดังรูป
Posted Image

เมื่อรู้ว่าระบบเกียรของ FD มันมีโครงสร้างอย่างไร ถูกออกแบบมาเสียเลิศเลย
ชิ้นส่วนมีมาก แต่ก็เลือกใช้ระบบและกลไก ชิ้นส่วน วัสดุที่แข็งแรงสำหรับรองรับงานรถยนต์ส่วนบุคคล
หากเราขับรถด้วยนิสัยที่ดี ไม่มีเกรี้ยวกราดดุดัน ออกตัวแบบกระชากรุนแรง
ผมว่าเกียรของ FD มันก็จะทำงานรับใช้เพื่อนๆไปได้นาน

แต่หากเพื่อนๆ เล่นลงหวายหวดอยู่เป็นประจำ ก็แน่นอน ใครจะไปทนทานได้ (ไม่ใช่สี นะ จึงจะทนได้ ฮ่า ฮา)

มีเพื่อเคยถามผมว่าเกียรของฟอร์ดตัวใหม่ที่เป็นเกียรออโต 6 เกียร ที่เรียกว่า Power shift มีคลัชต์ชุดใหญ่สองตัว
อยู่ตรงกันข้ามกัน นั่นจะดีกว่าไหม ในเรื่องการเปลี่ยนเกียรผมว่าสู้ระบบ Torque Converter Clutch ไม่ได้แน่
เพราะจะเห็นว่าเพลาขับของ FD ในชุดเกียรนะหมุนทำงานอยู่แล้วในทุกเกียร รอแค่คลัชต์ของแต่ละเกียรทำงานเท่านั้น
การเปลี่ยนได้เร็วกว่า ต่อเนื่องกว่าต้อง FD แน่นอน

แต่ในแง่ความคงทน ของ FD ระบบมันจะมีชิ้นส่วนเยอะ และในแง่ความแข็งแรงก็จะด้อยลงไป
ของฟอร์ดคงจะแข็งแรงกว่า

ก็ต้องมองว่าระบบเกียรถูกออกแบบมาใช้ในรถยนต์นั่ง ซึ่งก็มีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ
แต่ต้องรู้จักใช้ รู้จักบำรุงรักษานะครับ รับรองอยู่ได้จนสิบปี หรือจนกว่าจะพังไปอันเนื่องจากอุบัติเหตุชนรุนแรงนั่นแหละครับ

จากประสบการณ์ของผม ก็ใช้งานมาเกิน 150,000 คัน ก็เห็นว่ามันก็ทำงานได้ดี ไม่เคยพังไปก่อนเลย

แต่ขอกระซิบบอกเกียรชุดนี้แพงแน่นอน
ระบบ CVT ในแจ๊สตัวเก่านะ พูดง่ายๆ มันแค่ระบบสายพาน 6 ขั้น หรือ 7 ขั้นเอง ถูกกว่าเยอะ
แต่แจ๊สตัวใหม่ก็หันมาใช้ระบบเกียรออโตแบบเดียวกับ FD แล้ว คงจะแรงสะใจวัยรุ่นมากขึ้นแน่

เครื่องยนต์และเกียร เปรียบเสมือนหัวใจของรถ
ไม่มีใครมาบอกคุณหรอกว่ามันมีโครงสร้างอย่างไร
ถ้าคุณรู้จักมันมากขึ้น คุณจะใช้รถของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ใช่แค่หยิบกุญแจแล้วนั่งหลังพวงมาลัย สต๊าดเครื่องแล้วก็ขับออกไป

#2 jobnacub

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 965 posts
  • Gender:Male
  • Location:พระราม5 - ABAC
  • ชื่อเล่น : Job
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : น้องรวย

Posted 16 March 2009 - 10:56 PM

เปนความรุ้ขั้นเทพ ขอบคุนคับ

#3 ohm008

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 387 posts
  • Gender:Male
  • Location:Talingchan,Rama 9,Rama 5
  • Interests:In everything
  • ชื่อเล่น : OrEO
  • สีรถ : เทาโพลิชเมทัล
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : คนสวย

Posted 16 March 2009 - 11:04 PM

ขอบคุนครับ...สำหรับความรู้ใหม่ๆๆครับ

#4 kapum

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 415 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : กล้า
  • สีรถ : เทาบลูอิช
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 17 March 2009 - 12:01 AM

ขอบคุณมากเลยครับสำหรับความรู้

คืออยากจะถามนิดนึงครับพี่ ปกติ ผมออกตัวเบาๆ อยู่แล้ว แต่วิ่งๆไป ประมาณ 100-120 ความเร็วช่วงนี้มีอันต้อง kick แซงตลอด

เพราะคันหน้าขับช้า ชิดขวาไม่ยอมหลบ ไอ้นิสัย kick บ่อยๆ เนี้ย ก็อาจทำให้เกียร์ มันไปไวด้วยใช่มั้ยครับพี่

โดยส่วนตัว ขับรถเร็วพอควร เลย ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ พร้อมกันทุกๆ 10000 โล ตลอด + เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 20000 โล

บำรุงรักษาประมาณนี้เพียงพอมั้ยครับ สงสารรถเหมือนกันเพราะใช้แก๊ส เลยบำรุงเต็มที่ :sm07:

#5 Yodying

    The Legend

  • Guardian Spirit
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 19,064 posts
  • Gender:Male
  • Location:(RZ) สุวินทวงศ์ (RZ)
  • ชื่อเล่น : ยอด
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 2.0 EL AT (AS)
  • My Car : รถยนต์ขับไล่
  • ชื่อเล่นรถ : F-22 RaptoR (Down)

Posted 17 March 2009 - 12:14 AM

อาจารย์ครับแล้ว เกียร์ 2.0 มันเป็นแบบเดียวกันหรือเปล่า เห็นตำแหน่งเกียร์ไม่เหมือนกัน??

#6 port

    I Love CFDT

  • Staff Team
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 10,525 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : พอร์ท
  • สีรถ : เทาบลูอิช
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : น้อยหน่า

Posted 17 March 2009 - 12:14 AM

View Postkapum, on Mar 17 2009, 00:01, said:

ขอบคุณมากเลยครับสำหรับความรู้

คืออยากจะถามนิดนึงครับพี่ ปกติ ผมออกตัวเบาๆ อยู่แล้ว แต่วิ่งๆไป ประมาณ 100-120 ความเร็วช่วงนี้มีอันต้อง kick แซงตลอด

เพราะคันหน้าขับช้า ชิดขวาไม่ยอมหลบ ไอ้นิสัย kick บ่อยๆ เนี้ย ก็อาจทำให้เกียร์ มันไปไวด้วยใช่มั้ยครับพี่

โดยส่วนตัว ขับรถเร็วพอควร เลย ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ พร้อมกันทุกๆ 10000 โล ตลอด + เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 20000 โล

บำรุงรักษาประมาณนี้เพียงพอมั้ยครับ สงสารรถเหมือนกันเพราะใช้แก๊ส เลยบำรุงเต็มที่ :sm07:


ถ้าเป็นประมาณนี้ ไม่เท่าไหร่หรอกครับผม

แต่ถ้าใส่ D 3 แล้วลากรอบ มาก ๆ อันนี้ สึกหรอมากกว่ากันเยอะนะครับผม ( ความคิดเห็น ส่วนตัวนะครับ)

ยังไงรอ พี่ วัตร มาตอบอีกครั้งนะครับ ผม

#7 porsche82jp

    The Legend

  • The Legend
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 7,676 posts
  • Gender:Male
  • Location:MEGA Bangna
  • Interests:I AM NIKON
  • ชื่อเล่น : sam
  • สีรถ : N/A
  • รุ่น : N/A
  • ชื่อเล่นรถ : samurai J'S

Posted 17 March 2009 - 12:21 AM

เคยทำงานเเต่โรงงานเกียร์กระปุก
เคยรู้เเต่ว่าเกียร์ออโต้มันรายละเอียดเยอะมาก

ได้เห็น DWG เเล้วรู้เลยว่ามึน

#8 Ohmmang

    The Legend

  • New Members
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 6,166 posts
  • Gender:Male
  • Location:พระประแดง - พระราม3 - BU กล้วยน้ำไท
  • ชื่อเล่น : OhM
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : Deep Throat ONLY!!!!

Posted 17 March 2009 - 12:23 AM

View Postkapum, on Mar 17 2009, 00:01, said:

ขอบคุณมากเลยครับสำหรับความรู้

คืออยากจะถามนิดนึงครับพี่ ปกติ ผมออกตัวเบาๆ อยู่แล้ว แต่วิ่งๆไป ประมาณ 100-120 ความเร็วช่วงนี้มีอันต้อง kick แซงตลอด

เพราะคันหน้าขับช้า ชิดขวาไม่ยอมหลบ ไอ้นิสัย kick บ่อยๆ เนี้ย ก็อาจทำให้เกียร์ มันไปไวด้วยใช่มั้ยครับพี่

โดยส่วนตัว ขับรถเร็วพอควร เลย ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ พร้อมกันทุกๆ 10000 โล ตลอด + เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 20000 โล

บำรุงรักษาประมาณนี้เพียงพอมั้ยครับ สงสารรถเหมือนกันเพราะใช้แก๊ส เลยบำรุงเต็มที่ :sm07:

ขับแนวๆนี้เหมือนกันเลยครับ

#9 kapum

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 415 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : กล้า
  • สีรถ : เทาบลูอิช
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 17 March 2009 - 12:24 AM

View Postport, on Mar 17 2009, 00:14, said:

ถ้าเป็นประมาณนี้ ไม่เท่าไหร่หรอกครับผม

แต่ถ้าใส่ D 3 แล้วลากรอบ มาก ๆ อันนี้ สึกหรอมากกว่ากันเยอะนะครับผม ( ความคิดเห็น ส่วนตัวนะครับ)

ยังไงรอ พี่ วัตร มาตอบอีกครั้งนะครับ ผม

ขอบคุณครับพี่ ใจชื้นขึ้นเยอะ :sm07:

หมดประกันไปแล้วด้วยเสี่ยว..555

รอพี่ wat ฟันธงอีกที

#10 bigabite

    Professional

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPipPip
  • 1,403 posts
  • Gender:Male
  • Location:ABAC Bangna
  • ชื่อเล่น : บิ๊ก
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : โคเคน

Posted 17 March 2009 - 01:00 AM

ไม่รู้เรื่องครับ :sm38: :sm02:

#11 PugPao

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 316 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : เป้า
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)

Posted 17 March 2009 - 01:56 AM

สุดยอดเลยครับ :sm01:

#12 jaded

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 689 posts
  • ชื่อเล่น : A
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 17 March 2009 - 06:59 AM

ขอบคุณครับ

#13 keamglad

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 3,236 posts
  • Gender:Male
  • Location:Nonthaburi
  • ชื่อเล่น : Nan
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S MT

Posted 17 March 2009 - 07:48 AM

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ ว่าแต่อยากทราบราคาเกียร์ชุดนี้ราคาประมาณเท่าไร่ครับ ถึง 250K หรือเปล่า

ปล แต่จะว่าไปเกียร์ power shift มีข้อดีนะครับ ผมยังอยากได้เลยตรงที่ไม่เสียแรงไปกับ torque converter เพราะใช้คลัตช์แบบเปียก 2 ชุดทำงานด้วยกัน ตอนเปลี่ยนเกียร์ระบบจะเข้าเกียร์ถัดไปไว้ล่วงหน้าในขณะที่รถวิ่งโดยคลัตช์จะสลับกันทำงานอย่างต่อเนื่องทำให้ไม่เสียแรงบิดจากเครื่องยนต์ในช่วงเปลี่ยนเกียร์เหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไปที่ใช้ torque converter

#14 namdang

    กำลัง Run-In

  • Full Member
  • PipPip
  • 52 posts
  • ชื่อเล่น : Pird
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 17 March 2009 - 07:59 AM

ขอรบกวนถามครับ

ถ้างั้นการจอดติดไฟแดงบ่อย ๆ

เข้า N หรือ อยู่ที่ D แต่เหยียบเบรคไว้

อันไหนดีกว่ากันครับ

เห็นบทความนึงบอก N ดีกว่า ส่วนอีกอันบอก D เหยียบเบรคดีกว่า

#15 lom

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 939 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : a
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : aa

Posted 17 March 2009 - 07:59 AM

ขอบคุณคับสำหรับข้อมูล

#16 ton258

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2,818 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพฯ-ราชสีมา
  • ชื่อเล่น : TON
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E MT, 1.8 E AT (AS) Navi
  • ชื่อเล่นรถ : ต้นผักบุ้ง

Posted 17 March 2009 - 08:09 AM

เจ๋ง ความรู้ดีๆเยอะเลยครับ

#17 NISMO

    Professional

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPipPip
  • 1,126 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : NOS
  • สีรถ : เงินอลาบาสเตอร์
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : BABY SPOON

Posted 17 March 2009 - 08:19 AM

เทพแท้ครับเพ่

#18 NFS

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2,922 posts
  • Gender:Male
  • Location:สระบุรี / ระยอง / ตาก
  • Interests:Photographing & Travel
  • ชื่อเล่น : Ohh
  • สีรถ : เทาบลูอิช
  • รุ่น : N/A
  • My Car : 1.8 E M/T (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : Limited Edition - Crazy on the road

Posted 17 March 2009 - 08:30 AM

อาจารย์ Wat มาให้ความรู้อีกแล้ว :sm51: :sm01:
ถือโอกาศรบกวนอาจารย์ Wat อธิบาย "ระบบครัชต์สปริงแบบแห้งแผ่นเดียว" (เขียนถูกรึเปล่าไม่รู้ :sm04: ) ของเกียร์กระปุก R18A1 ให้ด้วยครับ อยากทราบรายละเอียดคร่าวๆและเรื่องอายุการใช้งาน ทั้งชุดครัชต์และเกียร์พอสังเขปก็พอ :sm10:
ขอบคุณครับ


#19 nunes

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 3,709 posts
  • Gender:Male
  • Location:พระราม2 - แยกลาดพร้าว
  • ชื่อเล่น : nunes
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : MTTS. 27 AVIATION

Posted 17 March 2009 - 08:35 AM

ดูยังไง ก็ไม่เข้าใจ การทำงานมันเลย พับผ่าซิ

#20 แม่สร้อย

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 569 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : แม่สร้อย
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT (AS)
  • My Car : CRV,HONDA WAVE,
  • ชื่อเล่นรถ : คุณชายเฉาก๊วย

Posted 17 March 2009 - 08:51 AM

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลดี ๆ เสมอมา