Jump to content




Civic 1.8 E กับ Altis 1.8 G มีข้อดี ข้อด้อย ต่างกันตรงไหนบ้างอ่ะครับ


23 replies to this topic

#21 Bozzz22

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 491 posts
  • Gender:Male
  • Location:บางพลัด พระราม7 - สัตหีบ พัทยา
  • ชื่อเล่น : Boat
  • สีรถ : เทาโพลิชเมทัล
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : -Almost Black-

Posted 05 May 2009 - 09:08 PM

ในยุคของข้อมูลข่าวสาร ผมว่าบางทีคนเราก็บริโภคข้อมูลกันมากเกินไป

review ข้างต้น ข้อมูลแน่นมากคับ แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นข้อคิดเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง...

รถคันนึง เป็นไปไม่ได้ที่จะดีทุกด้าน แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่น จุดขาย ที่ต่างกัน

ถ้าเอามาเทียบกันจริงๆ จขกท. อาจจะสองจิตสองใจเอาอะไรดี

สุดท้าย กลับมาใช้วิธีเดิมๆเถอะคับ ลองไปขับ ทั้ง FD และ Altis เลย

ชอบคันไหน ใช้ความรู้สึกของเราเป็นตัวจับคับ.. อย่าคิดด้วยสมองมาก ใช้รู้สึกด้วยหัวใจคับ

#22 societyjunk

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 810 posts
  • Gender:Male
  • Location:จรัญสนิทวงศ์ กทม.
  • ชื่อเล่น : BOY
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : Milky

Posted 05 May 2009 - 09:49 PM

ข้อมูลแน่นมากมายครับ อ่านแล้วกระจ่างเลย

#23 ansrn3

    สมาชิกหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPip
  • 125 posts
  • Gender:Male
  • Location:รามอินทรา บางเขน
  • ชื่อเล่น : BAS
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : :+:BaS:+:

Posted 05 May 2009 - 10:03 PM

View PostCoWBOy_tUm, on May 3 2009, 23:20, said:

Altis 1.8 เมื่อเทียบกับ CIVIC 1.8

-เครื่องยนต์

ดูจากตัวเลขทั้งแรงม้าและแรงบิดแล้ว civic ได้เปรียบครับ แต่เมื่อลองไปขับ altis แล้ว ถ้าคุณไม่รู้ค่าแรงม้าและแรงบิดมาก่อนคุณก็จะนึกว่ามันมีม้าเท่าๆกับ civic เลยละครับ ต*นต้นตอบสนองดีมากครับ เรียกได้ว่าการตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นแทบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเลย ความเร็วสูงสุดสำหรับ Altis มีคนทำได้ 198 civic ไหลไปถึง 208-210 แต่บางคนก็ได้ 195+ ไม่ถึง 200 แต่มันก็ไม่เป็นสาระสำคัญหรอกครับ ขับเกิน 160 ขึ้นไปก็เริ่มเบาแล้วครับสำหรับรถเดิมๆที่ไม่ได้ upgrade ช่วงล่าง

-ช่วงล่าง

CIVIC นั้นจะได้เปรียบที่ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ ซึ่งให้สมถรรนะการยึดเกาะ การให้ตัวและความนุ่มนวลดีกว่ารูปแบบคานแข็งของ ALTIS แต่ในเรื่องความทนทานต้องยกให้ระบบคานแข็งครับ เรื่องของประสิทธิภาพระบบกันสะเทือนนั้น ผมยกให้ civic ครับ ช่วงล่างของ FDนี้ พัฒนาได้ดีกว่าใน ES มากๆ

-เกียร์

Civic มี 5 จังหวะ ส่วน Altis จะมี 4 จังหวะ แน่นอนครับ 5 จังหวะพอมีเกียร์5ย่อมลดการทำงานของรอบเครื่องยนต์ได้มากกว่า 4 จังหวะ ดูได้จาก civic วิ่ง 100 รอบจะอยู่ 1900 รอบ/นาที Altis วิ่ง 100 รอบอยู่ที่ 2400 รอบ/นาที รอบน้อยกว่าเครื่องยนต์ย่อมสึกหรอน้อยกว่า แต่ทุกๆอย่างมีข้อดีย่อมมีข้อเสียครับ เกียร์ 5 จังหวะ ชิ้นส่วนเยอะขึ้น พอเวลาเสียขึ้นมาค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตาม ระบบเกียร์ออโต้ในปัจจุบันนี้รถญี่ปุ่นหันมาใช้ระบบคลัซแบบที่จำกัดอายุการใช้งานกันหมดแล้ว มีเพียงรถยี่ห้อเดียวคือ NISSAN ที่ยังคงใช้ระบบคลัซแบบคงทนถาวรเหมือนกับรถยุโรปและรถอเมริกันใช้ (ข้อมูลจากอู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมเกียร์อัตโนมัติมากว่า 30 ปี) Honda เป็นรถยี่ห้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าทำเกียร์เปราะ สืบเนื่องมาจาก Accord หูเห่า/ CVTของ City และ Jazz ตัวที่แล้ว /Civic ไดเมนชั่น ตัวก่อน FD ที่พอพ้นแสนโลมาหน่อยเกียร์ทยอยพัง คันเก่าผมก็คือ Civic ไดเมนชั่นครับ เกียร์พังที่ 1.2 แสนโล ทั้งที่ใช้งานดูแลดีตลอด น้ำมันเกียร์ก็เปลี่ยนทุกหมื่นโล มีขับซัดบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะพังเร็วขนานนั้นครับ ก่อนซื้อ FD นั้นก็ศึกษามาพบว่าพัฒนาดีขึ้นกว่าเดิมมาก โดยรวมแล้ว เกียร์ของ FD รุ่นนี่ตอบสนองได้ดีมากครับ เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ฉลาด

เรื่องประสิทธิภาพของเกียร์นั้นผมยกให้ CIVIC ครับ

-คุณภาพการประกอบ วัสดุที่ใช้

อันนี้พูดได้เติมปากว่า civic ดีกว่า altis ครับ ประกอบดูแน่นกว่า ประณีตกว่า วัสดุที่ใช้คุณภาพดีกว่า ไม่ใช้พลาสติกเยอะเหมือนใน altis ครับ ลองไปนั่ง TAXI ดูครับ แม้แต่ตัวถัง civic ก็ใช้เหล็กหนากว่าครับ สีที่พ้น toyota ทุกรุ่นผมว่าดูซีดๆครับ สู่ HONDA ไม่ได้

-ตำแหน่งท่านั่ง วิสัยทัศน์การขับขี่

ตำแหน่งท่านั่งนั้น civic นั้นทำได้ดีมากครับ ติดที่วิสัยทรรศน์ที่เสา A มาบดบัง(ลองขับดูแล้วจะรู้ครับ) อีกอย่างแรกๆอาจจะไม่ชินกับการกะระยะเนื่องจากไม่เห็นฝากระโปรงหน้า แต่พอขับไปนานๆก็ชินครับ
ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับสมถรรนะเครื่องยนต์ ช่วงล่าง เกียร์ มากเป็นสิ่งแรกที่ผมตัดสินใจซื้อรถครับ และ Civic FD เป็นรถที่ให้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุด ผมชอบใช้รถเดิมๆ ไม่ต้องไปตกแต่งให้มันเสียเงินเสียทองโดยไม่จำเป็น และรถคันนั้น มันควรจะให้สมรรถนะพื้นฐานของมัน
ในภาพรวมออกมาในเกณฑ์ดีกว่าใครเพื่อน บางด้านอาจจะด้อยกว่าได้ แต่ต้องไม่ใช่ด้อยกว่าในหลายๆด้านจนยากเกินยอมรับ นั้นคือเหตุผลที่ผมเลือก CIVIC ครับ

นี่คือตัวเลือกก่อนซื้อรถของผมครับ
Mazda 3 ? ขับดีที่สุดในกลุ่ม ตรงใจผมมากที่สุดในกลุ่ม แต่มันแพงเกินเหตุ แถมรุ่น 1.6 เครื่องก็ยังถือว่าห่วย
เร่งก็ไม่ขึ่น แถมยังกินน้ำมันกว่ารุ่น 2.0 ลิตร พี่น้องร่วมสาบานอีกต่างหาก รุ่น 2.0 ลิตรนั้นประเสริฐมาก
ทั้งแรงกำลังดี และประหยัด แต่เกียร์ของมัน ก็มีอาการกระตุกเกิดขึ้นเร็วกว่ารถอื่นๆอยู่เหมือนกัน
อีกทั้งมันยังประกอบที่ฟิลิปปินส์ แถมมันกำลังจะตกรุ่นแล้ว และรุ่นใหม่ที่ออกมา
สวยสุดยอดกว่าเดิมอีก และเชื่อว่าเจ๋งยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ แต่ผมต้องรอถึงปี 2010 เหรอ??
เพื่อจะจ่ายเงินให้มาสด้า เนี่ยนะ? ไม่ละครับ! มันนานเกินไป

CIVIC ? ภาพรวม ขับดีเลยนะ ดีกว่ารุ่นไดเมนชัน เยอะมาก แต่ แพงไป และเสาหลังคาคู่หน้า มันยื่นล้ำมาบังทัศนวิสัยพอสมควร
แม้ว่าการประกอบจะนิ่งขึ้นแล้ว ก็ตาม เรื่อง ไมเนอร์เชนจ์ ผมไม่สนนะ กรณีนี้ เพราะรู้ว่ากว่าจะเปลี่ยนโฉมใหม่ โน่น 2011
TIIDA ? ไอ้ติ๋มคือตัวเลือกที่ผม เกือบจะซื้อไปแล้ว ทั้งที่มันไม่ใช่รถในสไตล์ที่ผมต้องการเลย
แต่เพราะเครื่อง 1.6 ลิตรของมัน ทั้งแรงและประหยัดที่สุดในตลาด ลองมากับมือและเท้าตัวเองเลย
ทำให้ผมต้องหันกลับมมองมันใหม่ คนทั่วไปคิดว่า มันไม่น่าสนใจ แต่ผมจะบอกว่า จริงๆแล้ว
มันดีกว่าที่ทุกคนจะคิด ห้องโดยสารที่ แม้จะกว้างพอกันแต่ด้วยการออกแบบอย่างฉลาด
ทำให้พื้นที่ของมัน ดูยาว และ โอ่โถงมากๆ ช่วงล่างถึงจะนิ่ม แต่มั่นคง พวงมาลัย
อาจจะเหมือนไม่ค่อยนิ่ง แต่ พอ วิ่งที่ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง วันที่ลมสงบ มันนิ่งและทรงตัวได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์
ชนิดที่ อัลติส ก็ยังทำไม่ได้ แต่ติดว่า รุ่นที่ผมอยากได้ มันคือ 5 ประตู 1.6 ลิตร Dual-SRS และ ABS ซึ่งผมต้องจ่ายถึง
732,000 บาท โดยประมาณ! เฮ่ย มันแพงเกินกว่าที่ผมอยากจะจ่าย "อย่างน่าเสียดาย" และค่าบำรุงรักษาของมัน
ก็สูงกว่าฮอนด้านิดนึงแล้วในตอนนี้ แม้ว่า จะมีศูนย์บริการที่สนิทกันอยู่ก็ตาม แต่นั่นดูจะไม่ได้ช่วยอะไรผมนัก
หรือถ้าจะให้ผมซื้อ ทีด้า ลาติโอ ซีดาน ที่มีราคาถูกกว่า ออพชันพอกัน ทว่า ดันมีบั้นท้ายดีไซน์ได้มืดทึบ มืดมน
และแสดงออกถึงความอัปรีย์สิ้นคิด ในการออกแบบมากที่สุดของนิสสัน ในช่วง 5 ปีมานี้เลยเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!

ALTIS ? มันดีขึ้นจากรถรุ่นเดิมอย่างชัดเจน ทั้งระบบกันสะเทือน ที่น่าประทับใจที่สุด นับตั้งแต่ โคโรลล่า AE101 เป็นต้นมา
เบรกก็ดีเยี่ยม เครื่องยนต์เดิม ก็ทำตัวเลขได้ดีอยู่แล้ว ในเกือบทุกด้าน ประหยัดน้ำมันโอเค แถมยังมีแผงควบคุมกลาง ที่
ผมมองว่า สวยที่สุดในกลุ่มเลย แต่ ผมรับไม่ได้อย่างรุนแรง ในเรื่อง พวงมาลัยไฟฟ้า ที่เบาเกินไป ระยะฟรีน้อยเกินไป
On Center feeling สำหรับผมแล้ว มัน Terrible! และไม่ให้ความมั่นใจกับผมเลยในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
ไม่เข้าใจว่า ของเดิม ที่ว่าเบาหวิวอยู่แล้ว จะมาปรับให้มันเบายิ่งขึ้นไปอีกทำไม? สำหรับผมแล้ว มันเหมือนฝันร้าย
ส่วนแผงประตู อัลติสรุ่นเดิมก็ดีอยู่แล้ว จะดีไซน์ขึ้นมาใหม่ให้ห่วยกว่าเดิม เพราะวางแขนไม่ได้เลย เพื่ออะไร?

FOCUS ? ให้ผมซื้อฟอร์ดมาใช้เนี่ยนะ?
โอเค เอาละ ยอมรับว่า เป็นรถดี ขับดี ช่วงล่างดีมาก เบรก โอเคเลย
แต่ผมไม่ใช่คนที่รักในแบรนด์ฟอร์ดมากมายขนาดนั้น
แม้ว่าผมจะเอาใจช่วยลุ้นให้พี่โฉ สาโรจน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้บริหารของฟอร์ด
เป็นการส่วนตัวก็ตามเหอะ ส่วนข้อที่ผมไม่ถูกชะตากับโฟกัส
ก็เห็นจะได้แก่เบาะรองนั่ง ฝั่งคนขับ มันพยายามจะเสยให้ส้นเท้าผม
ลอยขึ้นจากพื้นรถ ทำให้การเหยียบคันเร่งไม่ถนัดนักเหมือนรถคันอื่น
แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก แถมบรรยากาศในห้องโดยสารนั้น
ทำให้ผมอึดอัดอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะพื้นที่เหนือศีรษะมันไมได้โปร่งมากนัก
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ก็ อยู่ในเกณฑ์แค่มาตรฐาน คือพอรับได้ 12.1 กิโลเมตร/ลิตร ทั้งคู่
แต่ ทำไม เครื่องเดียวกับ มาสด้า ทำได้ 14.5 กิโลเมตร/ลิตร ละ???
ศูนย์บริการของฟอร์ดเอง ก็...เฮ้อ...ไปอ่านเอาใน Fordclub.net เอาแล้วกันครับ

LANCER ? ผมละเบื้อเบื่อรุ่นปัจจุบันของมันเต็มแก่ ใจจริงผมรอรุ่นหน้าฉลาม ผมอยากได้เป็นที่สุด
ไปลองนั่ง ที่ โตเกียวมอเตอร์โชว์มา อยากได้ม๊ากกกกกกกกกกก
แต่ ถ้าจะให้รอถึงปลายปี 2009 เลย นานไปครับ นานไป และจะให้ผมซื้อรถรุ่นปัจจุบัน
ที่มีโครงสร้างตัวถัง ดีกว่าที่ทุกคนคาดคิด เข้าโค้งจิกดีโคตรๆ แต่ต้องทำใจกับวัสดุในห้องโดยสาร
ที่แย่กว่าอัลติสซะอีก โทรมเร็วเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก แถมยังให้เบาะนั่ง
ที่ติดตั้งมาสูงกว่าที่ควรเป็นเนี่ยเหรอ? ถ้าเป็นรุ่นที่ติดตั้งเบาะ RECARO
จากโรงงานละก็ ตำแหน่งขับของมัน จะพอดีกับผมเป๊ะเลย แต่ รุ่นนั้นเขาเลิกทำขายแล้ว และผมไม่ชอบ
ซื้อเบาะมาเปลี่ยนเองซะด้วยเนี่ยสิ อยากได้ครบๆจากโรงงานมากกว่า เพราะมันแสดงออกว่า
ผู้บริหารบริษัทไหน ใจป้ำ กล้าอนุมัติกว่ากัน อ้อ รุ่น ติดก๊าซ CNG หนะ เลิกคิดไปเถอะ
ผมไม่สนใจรถติดก๊าซด้วยประการทั้งปวง กว่าจะเร่งได้ที อืดอาด ยืดยาด เสียเวลา
และผมยังมีเงินมากพอจะเติมน้ำมันเอง เดือนนึง ผมมีค่าน้ำมันให้กับรถตัวเองไม่น่าเกิน 3,000 บาท
(ไม่รวมค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายตอนทดลองรถ คันละประมาณ 1,000 บาท บวกลบนิดหน่อย
ตกราวๆ 3-4 คันต่อเดือน) ซึ่งผมรับได้สบายๆ เหลือๆ อีกอย่างนึง ผมใช้รถน้อย
และไม่คิดจะมานั่งประหยัดพลังงานในเรื่องหยุมหยิมแบบนี้ หรอก ผมเลือกจะปิดไฟ
และใช้ไฟเท่าที่จำเป็น ขี่จักรยานแทนขับรถ ในบางครั้ง ผมช่วยลดปัญหาโลกร้อน
ได้ไม่แพ้การใช้ ก๊าซ CNG นักหรอก

Optra ? เจ้าอาหารเจ มีคุณค่าแต่ไร้รสชาติ นั่นหนะเหรอ? ผมก็ไม่มองอีกเช่นกัน
แม้ว่าตำแหน่งนั่งขับและการออกแบบทั้งคันของมัน จะทำได้ดี
แถมยังมีช่วงล่างที่ดีจนต้องยกนิ้วให้ เพราะทั้งเข้าโค้งมั่นใจ และนุ่มนวล กำลังดี ก็ตาม
แต่พวงมาลัยหนักเกินไปในความเร็วต่ำ แต่เบาไปในความเร็วสูง
แถมยังน่าเสียดายที่เครื่องยนต์ญี่ปุ่น กับเกียร์เกาหลี แม้จะพยามคุยกันดียังไง
ก็ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเท่าที่ควร แต่ก็ยังดีกว่ารุ่น 1.8 ลิตร ที่เดิมใช้เครื่องออสเตรเลีย
กับเกียร์เยอรมัน ซึ่งคุยกันคนละภาษาเลย รุ่นติด CNG นี่ผมก็ไม่มองเช่นกัน
เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้แก้สเลยแต่อย่างใด
ที่สำคัญที่สุดก่อนคุณจะตัดสินใจซื้อรถคือ ลองขับ ครับ เอาคนในบ้านไปนั่งด้วย รถทุกคันมีข้อดีและข้อด้อยในตัวมันเอง Civic ถ้าคุณอ่านใน web นี้ก็คงจะรู้ว่ามันมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง ซึ่งมันอยู่ที่ว่า คุณ "รับได้" กับข้อด้อยเหล้านั้นหรือเปล่า สิ่งที่คุณต้องการจากการเสียเงินเป็นแสนซื้อรถสักคันคืออะไร แล้วคุณก็จะได้คำตอบเองครับ


เปรียบเทียบก่อนซื้อ เป็นสิ่งที่ดีต่อผู้บริโภคมากที่สุดครับ

#24 jaejukjik

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 772 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : jaejukjik
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S AT
  • ชื่อเล่นรถ : น้องต๊อกๆ

Posted 05 May 2009 - 11:39 PM

ไปลองครับให้หมดเลยครับ ถ้ามีเวลา