Jump to content




ขออนุญาตเปิดห้องไว้ให้บรรดาสมาชิกสอบถามได้ทุกเรื่องครับ


151 replies to this topic

#1 lucky Fit

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 353 posts
  • ชื่อเล่น : luckyfit
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 E AT (AS)

Posted 25 November 2009 - 07:03 PM

สวัสดีครับ ผมชื่อหนุ่มนะครับ

ขออนุญาตเปิดห้องนี้ หรือกระทู้แห่งนี้ไว้เป็นที่ที่ให้บรรดาสมาชิกทุกท่านเข้ามาสอบถามได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเสียงทั้งปัญหา สเป็คสินค้า และเรื่องอื่น ๆ เท่าที่ผมจะหาข้อมูลมาให้ได้ (ถ้าอันไหนผมไม่ทราบ ผมก็จะพยายามสอบถามข้อมูลจากผู้ที่รู้หรือมีประสบการณ์มาให้ครับ) ส่วนเรื่องราคา ขอให้สอบถามมาทาง PM นะครับ

ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ

#2 insider

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,416 posts
  • Gender:Male
  • Location:มหาวิทยาลัยราชดำเนิน
  • Interests:ดนตรีคลาสสิค ประวัติศาสตร์ศิลปะและปรัชญา
  • ชื่อเล่น : นก
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : พันธมิตรสีหมอก

Posted 25 November 2009 - 08:36 PM

ผมขอถามครับ ผมอยากรู้เรื่องการจัดอุปกรณ์เครื่องเสียงและแผนผังการติดตั้งที่ถูกต้องครับ ยังงงๆอยู่ว่า เริ่มจากฟร้อท์น แล้วตามด้วยอะไรต่อครับ เพราะหลายร้านยัง ติดตั้งไม่เหมือนกัน

#3 jiraw

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 933 posts
  • Gender:Male
  • Location:ลาดกระบัง (สุุวรรณภูมิ) กทม.
  • Interests:Car Racing, Photography
  • ชื่อเล่น : ไมค์
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : สมตุ๋ย

Posted 26 November 2009 - 07:56 AM

งั้นผมถามมั่งดีก่า..อยากรู้..

พี่หนุ่มครับ Amp ของ Audison Thesis TH รุ่นใหม่
เวลามันต่อเชื่อมกันในแต่ละตัวมันใช้สายอะไรเชื่อมต่อครับ
ใช้สาย UTP (สาย LAN) หรือว่า สายสัญญาณทั่วไปครับ ?

#4 lucky Fit

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 353 posts
  • ชื่อเล่น : luckyfit
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 E AT (AS)

Posted 26 November 2009 - 11:22 AM

View Postinsider, on Nov 25 2009, 20:36, said:

ผมขอถามครับ ผมอยากรู้เรื่องการจัดอุปกรณ์เครื่องเสียงและแผนผังการติดตั้งที่ถูกต้องครับ ยังงงๆอยู่ว่า เริ่มจากฟร้อท์น แล้วตามด้วยอะไรต่อครับ เพราะหลายร้านยัง ติดตั้งไม่เหมือนกัน

หวัดดีครับ พี่ Insider ครับ

การจัดอุปกรณ์เครื่องเสียงและแผนผังการติดตั้งที่ถูกต้องครับที่พี่ Insider พูดถึงครับ ความหมายค่อนข้างจะกว้างครับ
ผมก็เลยไมรู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดีครับ จริง ๆ ที่พี่ถามว่าเริ่มจากฟร้อนท์ แล้วตามด้วยอะไรต่อ เอ่อ ผมขอคำถามที่จำกัดความมากกว่านี้ได้ไหมครับ

แต่ถ้าตอบตามความเข้าใจของผมก่อนนะครับ

Front & Head Unit ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการเล่นเครื่องเสียงครับ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะชอบเปลี่ยนตัววิทยุก่อนนะครับ เพราะมีให้เลือกมากมายครับในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามนี้ครับ

- วิทยุ CD MP3 หรือรุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชั่น USB Ipod SD Card
- วิทยุ DVD ที่สามารถอ่านแผ่นได้เกือบทุกประเภทเช่น DVD CD MP3 ซึ่งรุ่นใหม่มีช่องสำหรับต่อ USB แล้วครับ ส่วน คุณสมบัติของ USB ที่สามารถอ่านไฟล์ภาพ หนัง และเพลงได้นั้นขึ้นอยู่แต่ละยี่ห้อครับ
- วิทยุที่เป็นเครื่องเล่นพร้อมจอ ที่มีขนาด 1 Din และ 2 Din ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้ง CD DVD MP3 ครับ ถ้าเป็นรุ่นใหม่ ๆ ก็มีฟังก์ชั่นจอสัมผัส Touchscreen มีช่องสำหรับต่อ USB SD Card

ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบัน วิทยุที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นรุ่นที่มีจำหน่ายในปัจจุบันครับ (ถ้าข้อมูลที่หามาให้ไม่ครบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

#5 lucky Fit

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 353 posts
  • ชื่อเล่น : luckyfit
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 E AT (AS)

Posted 26 November 2009 - 12:02 PM

View Postjiraw, on Nov 26 2009, 07:56, said:

งั้นผมถามมั่งดีก่า..อยากรู้..

พี่หนุ่มครับ Amp ของ Audison Thesis TH รุ่นใหม่
เวลามันต่อเชื่อมกันในแต่ละตัวมันใช้สายอะไรเชื่อมต่อครับ
ใช้สาย UTP (สาย LAN) หรือว่า สายสัญญาณทั่วไปครับ ?

หวัดดีครับ พี่ไมค์

เขาเรียกว่าสาย AD Link ใช้แทนสายสัญญาณครับ สามารถต่อตรงจาก Audison Bit-one เข้าไปที่แอมป์ได้เลยครับ
และก็ยังสามารถต่อพ่วงแอมป์ได้ถึง 8 CH เลยครับ

#6 ryu7777

    มือใหม่ป้ายแดง

  • Full Member
  • Pip
  • 25 posts
  • Gender:Male
  • Location:PATUMTANI
  • ชื่อเล่น : RYU
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : RYU KUN

Posted 26 November 2009 - 12:42 PM

ใช้สายสัญญาณเป็นสายลำโพง..มีผลอะไรไมครับ
สายของ canare สีฟ้า 2 เส้น :sm36:

#7 ryu7777

    มือใหม่ป้ายแดง

  • Full Member
  • Pip
  • 25 posts
  • Gender:Male
  • Location:PATUMTANI
  • ชื่อเล่น : RYU
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)
  • ชื่อเล่นรถ : RYU KUN

Posted 26 November 2009 - 12:51 PM

View Postryu7777, on Nov 26 2009, 12:42, said:

ใช้สายสัญญาณเป็นสายลำโพง..มีผลอะไรไมครับ
digital audio Cable สายของ canare สีฟ้า 2 เส้น
digital audio Cable ใช่สายสัญญาณรึปล่าว เริ่มงง :sm36:


#8 lucky Fit

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 353 posts
  • ชื่อเล่น : luckyfit
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 E AT (AS)

Posted 26 November 2009 - 02:51 PM

หวัดดีครับ พี่ Ryu

โดยปกติแล้วไม่ควรใช้สานสัญญาณมาแทนสายลำโพงครับ
เนื่องจากสเป็คของสายหรือค่าตัวนำนั้นต่างกันครับ
แนะนำให้ใช้สายลำโพงโดยตรงเลยดีกว่าครับ รับรองให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแน่นอนครับ

#9 jiraw

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 933 posts
  • Gender:Male
  • Location:ลาดกระบัง (สุุวรรณภูมิ) กทม.
  • Interests:Car Racing, Photography
  • ชื่อเล่น : ไมค์
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : สมตุ๋ย

Posted 26 November 2009 - 09:11 PM

วันนี้ผมมีอีกเรื่องที่สงสัยมาถามครับ พี่หนุ่ม..

คำถามคือ..
ระหว่าง...
ลำโพง 2 ทางแยกชิ้น แล้วมาเติมลำโพงสามนิ้ว เอา โดยเป็นคนละยี่ห้อ นะครับ
กับการเลือกซื้อลำโพง 3 ทางแยกชิ้น มาทั้งชุดเลย
ในแง่ความเหมาะสม ควรจะเลือกซื้อแบบไหนมากกว่ากันครับ

*** ทั้งนี้ในแง่การติดตั้ง การจูน และสเปกของทั้งสองชุดใกล้ๆ กัน หรือเหมือนกันเลยนะคับ ***

ไม่พูดถึงเรื่องราคานะครับ เพราะว่าบางทีผมเจอบางร้าน เอาสองทาง+สามนิ้วอีกคู่นึง
ขายแพงกว่าซื้อสามทางของชุดเค้าตรงๆ ซะอีก เสียงก็แย่กว่า ต้นทุนก็ถูกกว่าด้วย :sm46:

#10 Kimpo

    กำลัง Run-In

  • สมาชิกไม่แสดงตน
  • PipPip
  • 91 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : Kim
  • สีรถ : N/A
  • รุ่น : N/A

Posted 27 November 2009 - 12:52 AM

View Postinsider, on Nov 25 2009, 20:36, said:

ผมขอถามครับ ผมอยากรู้เรื่องการจัดอุปกรณ์เครื่องเสียงและแผนผังการติดตั้งที่ถูกต้องครับ ยังงงๆอยู่ว่า เริ่มจากฟร้อท์น แล้วตามด้วยอะไรต่อครับ เพราะหลายร้านยัง ติดตั้งไม่เหมือนกัน


ขอลองภูมิตัวเองบ้างดิ ถ้าผิดไปขอให้เซียนๆช่วยเบรคด้วยนะคับ

เริ่มจากเครื่องเล่นที่มีภาคขยายในตัวไปขับลำโพง

หรือหากไม่พอใจก็เพิ่มภาคขยายภายนอก หรือที่เรียกว่า power amp. ใช้สัญญาณต่ำจากเล่นเครื่องไปขับ power amp โดยผ่านสายสัญญาณ Interconnect หรือบางร้านเรียกว่าสาย RCA ไปยังpower amp จากนั้นก็ต่อสายลำโพงออกจาก power amp ถ่ายทอดพลังงานไปขับ transducer หรือลำโพงเพื่อให้ออกมาเป็นเสียง

หากต้องการที่จะแต่งเสียงก็สามารถเพิ่ม pre amp หรือ EQ ก่อนที่จะเข้า power amp ได้คับ เดี๋ยวนี้มี processor ที่สามารถแต่งเสียงได้ดี ยังสามารถช่วยปรับแต่งเวทีเสียงได้อีกด้วย หรือที่เรียกว่า TA คือคัวหน่วงเวลาของเสียง เช่นเรานั่งอยู่ที่นั่งคนขับ หู้ขวาเราจะใกล้กับลำโพงขวามากกว่าหูซ้ายกับลำโพงซ้าย ดังัน้นหากปล่อยไปตามธรรมชาติเสียงจะมาไม่พร้อมกันในกรณีที่ควรจะมาพร้อมๆกัน นี่คือที่มาของ ta เข้ามาหน่วงเวลาให้เสียงจากลำโพงขวามาถึงหูขวาเราช้าลง โดยให้รอเสียงที่เดินทางมาจากลำโพงซ้ายให้มาถึงพร้อมๆกัน

หลักการจริงๆมีเท่านี้คับ นอกนั้น หลัก*ทั้งน้าน

ฟังดูแล้วอาจจะว่าง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดคับ ต้องฝึกฟังกันมากคับ ฝึกฟังเสียงดนตรีนะไม่ใช่ฟังเสียงนกเสียงกาอย่างผม

อย่าเชื่อผม ลองไปดู ลองไปนั่งฟังให้เยอะ

#11 lucky Fit

    สมาชิกสองหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPipPip
  • 353 posts
  • ชื่อเล่น : luckyfit
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 2.0 E AT (AS)

Posted 29 November 2009 - 12:24 PM

View Postjiraw, on Nov 26 2009, 21:11, said:

วันนี้ผมมีอีกเรื่องที่สงสัยมาถามครับ พี่หนุ่ม..

คำถามคือ..
ระหว่าง...
ลำโพง 2 ทางแยกชิ้น แล้วมาเติมลำโพงสามนิ้ว เอา โดยเป็นคนละยี่ห้อ นะครับ
กับการเลือกซื้อลำโพง 3 ทางแยกชิ้น มาทั้งชุดเลย
ในแง่ความเหมาะสม ควรจะเลือกซื้อแบบไหนมากกว่ากันครับ

*** ทั้งนี้ในแง่การติดตั้ง การจูน และสเปกของทั้งสองชุดใกล้ๆ กัน หรือเหมือนกันเลยนะคับ ***

ไม่พูดถึงเรื่องราคานะครับ เพราะว่าบางทีผมเจอบางร้าน เอาสองทาง+สามนิ้วอีกคู่นึง
ขายแพงกว่าซื้อสามทางของชุดเค้าตรงๆ ซะอีก เสียงก็แย่กว่า ต้นทุนก็ถูกกว่าด้วย :sm46:

หวัดดีครับ พี่ไมค์ พอดีเมื่อวานงานที่ร้านยุ่งมากเลยไม่ได้ตอบใครเลยครับ

การเลือกซื้อลำโพง 2 ทางแยกชิ้น และมาเพิ่ม ลำโพง 3 นิ้ว คนละยี่ห้อ หรือลำโพง 3 ทางของยี่ห้อเดียวกัน
อันนี้ ผมไม่แนะนำเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะว่า คาแร็กเตอร์ ของเสียงที่เป็นแนวทางเดียวกัน มันจะขาดความกลมกลืนและก็ลำโพง 2 ทางที่เป็น 6 นิ้วครับ ต้องดูคุณสมบัติของตัวดอกลำโพงก่อนนะครับ ว่าสามารถทำงานเป็น Midbass ที่ทำงานย่านความถี่ต่ำได้หรือเปล่าครับ เท่าที่ผมได้หาข้อมูลมาให้ ตัวดอกลำโพงที่มีมาในชุด ลำโพง 3 ทาง เฉพาะตัว 6 นิ้วครับ จะใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นตัวกรวยลำโพง หรือแม้กระทั่งแม่เหล็กครับ เสียงที่ได้ ผมว่าที่มาเป็น ชุดจากผู้ผลิตโดยตรงน่าจะดีกว่าครับ และก็แนะนำเพิ่มเติมครับ ถ้าเราเล่นเป็นชุดจากผู้ผลิตแล้วเราเกิดไม่ถูกใจในเสียงที่ได้ เราอาจจะอัฟเกรดเพิ่มเติมได้นี่ครับ เช่นขยับไปเล่นรุ่นที่ใหญ่กว่า หรือ เปลี่ยนเฉพาะตัว ทวิสเตอร์ เพื่อให้เสียงแหลมดีขึ้นครับ

และก็เพิ่มเติมนิดนึงครับ ลำโพง 3 ทาง ที่มาเป็นชุดเนี่ยเขามี พาสซีพ 3 ทางมาด้วยครับ เผื่อให้มีแนวทางในการเลือกเล่นมากกว่าเช่นการเล่นผ่านพาสซีพด้วยครับ หรือใช้ระบบ Quad Amp ได้ด้วยครับ

ขอขอบคุณครับสำหรับคำถามครับ

ปล. ไว้วันหลังจะถามเรื่องเทคนิคการถ่ายรูปครับ

#12 insider

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,416 posts
  • Gender:Male
  • Location:มหาวิทยาลัยราชดำเนิน
  • Interests:ดนตรีคลาสสิค ประวัติศาสตร์ศิลปะและปรัชญา
  • ชื่อเล่น : นก
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : พันธมิตรสีหมอก

Posted 30 November 2009 - 12:12 AM

View PostKimpo, on Nov 27 2009, 00:52, said:

ขอลองภูมิตัวเองบ้างดิ ถ้าผิดไปขอให้เซียนๆช่วยเบรคด้วยนะคับ

เริ่มจากเครื่องเล่นที่มีภาคขยายในตัวไปขับลำโพง

หรือหากไม่พอใจก็เพิ่มภาคขยายภายนอก หรือที่เรียกว่า power amp. ใช้สัญญาณต่ำจากเล่นเครื่องไปขับ power amp โดยผ่านสายสัญญาณ Interconnect หรือบางร้านเรียกว่าสาย RCA ไปยังpower amp จากนั้นก็ต่อสายลำโพงออกจาก power amp ถ่ายทอดพลังงานไปขับ transducer หรือลำโพงเพื่อให้ออกมาเป็นเสียง

หากต้องการที่จะแต่งเสียงก็สามารถเพิ่ม pre amp หรือ EQ ก่อนที่จะเข้า power amp ได้คับ เดี๋ยวนี้มี processor ที่สามารถแต่งเสียงได้ดี ยังสามารถช่วยปรับแต่งเวทีเสียงได้อีกด้วย หรือที่เรียกว่า TA คือคัวหน่วงเวลาของเสียง เช่นเรานั่งอยู่ที่นั่งคนขับ หู้ขวาเราจะใกล้กับลำโพงขวามากกว่าหูซ้ายกับลำโพงซ้าย ดังัน้นหากปล่อยไปตามธรรมชาติเสียงจะมาไม่พร้อมกันในกรณีที่ควรจะมาพร้อมๆกัน นี่คือที่มาของ ta เข้ามาหน่วงเวลาให้เสียงจากลำโพงขวามาถึงหูขวาเราช้าลง โดยให้รอเสียงที่เดินทางมาจากลำโพงซ้ายให้มาถึงพร้อมๆกัน

หลักการจริงๆมีเท่านี้คับ นอกนั้น หลัก*ทั้งน้าน

ฟังดูแล้วอาจจะว่าง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดคับ ต้องฝึกฟังกันมากคับ ฝึกฟังเสียงดนตรีนะไม่ใช่ฟังเสียงนกเสียงกาอย่างผม

อย่าเชื่อผม ลองไปดู ลองไปนั่งฟังให้เยอะ
ขอบคุณครับ อันนี้หละครับที่ยังเป็นปัญหาสำหรับผมครับ

#13 KgB

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 967 posts
  • Gender:Male
  • Location:ลาดพร้าว87
  • Interests:Car Audio
  • ชื่อเล่น : ขวัญ
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : ไอ้มืด

Posted 30 November 2009 - 06:58 PM

View Postlucky Fit, on Nov 29 2009, 12:24, said:

หวัดดีครับ พี่ไมค์ พอดีเมื่อวานงานที่ร้านยุ่งมากเลยไม่ได้ตอบใครเลยครับ

การเลือกซื้อลำโพง 2 ทางแยกชิ้น และมาเพิ่ม ลำโพง 3 นิ้ว คนละยี่ห้อ หรือลำโพง 3 ทางของยี่ห้อเดียวกัน
อันนี้ ผมไม่แนะนำเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะว่า คาแร็กเตอร์ ของเสียงที่เป็นแนวทางเดียวกัน มันจะขาดความกลมกลืนและก็ลำโพง 2 ทางที่เป็น 6 นิ้วครับ ต้องดูคุณสมบัติของตัวดอกลำโพงก่อนนะครับ ว่าสามารถทำงานเป็น Midbass ที่ทำงานย่านความถี่ต่ำได้หรือเปล่าครับ เท่าที่ผมได้หาข้อมูลมาให้ ตัวดอกลำโพงที่มีมาในชุด ลำโพง 3 ทาง เฉพาะตัว 6 นิ้วครับ จะใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นตัวกรวยลำโพง หรือแม้กระทั่งแม่เหล็กครับ เสียงที่ได้ ผมว่าที่มาเป็น ชุดจากผู้ผลิตโดยตรงน่าจะดีกว่าครับ และก็แนะนำเพิ่มเติมครับ ถ้าเราเล่นเป็นชุดจากผู้ผลิตแล้วเราเกิดไม่ถูกใจในเสียงที่ได้ เราอาจจะอัฟเกรดเพิ่มเติมได้นี่ครับ เช่นขยับไปเล่นรุ่นที่ใหญ่กว่า หรือ เปลี่ยนเฉพาะตัว ทวิสเตอร์ เพื่อให้เสียงแหลมดีขึ้นครับ

และก็เพิ่มเติมนิดนึงครับ ลำโพง 3 ทาง ที่มาเป็นชุดเนี่ยเขามี พาสซีพ 3 ทางมาด้วยครับ เผื่อให้มีแนวทางในการเลือกเล่นมากกว่าเช่นการเล่นผ่านพาสซีพด้วยครับ หรือใช้ระบบ Quad Amp ได้ด้วยครับ

ขอขอบคุณครับสำหรับคำถามครับ

ปล. ไว้วันหลังจะถามเรื่องเทคนิคการถ่ายรูปครับ


คุณหนุ่มใช้คำว่า "ผมว่า" และ "น่าจะ" แสดงว่าไม่ได้ฟังธงหมดหน้าตักใช่มั๊ยครับ ผมจะได้สบายใจขึ้นอีกหน่อยเพราะผมเล็งๆ การ Featuring จากหลายๆ ค่ายอยู่ครับ

ว่าแต่ลำโพงที่ผมเคยถามถึงไว้มีมาบ้างหรือยังครับและรบกวนวิจารณ์ให้หน่อยครับไม่ต้องออกสื่อก็ได้ครับ PM มาละกัน

#14 insider

    Drift King

  • Drift King
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 4,416 posts
  • Gender:Male
  • Location:มหาวิทยาลัยราชดำเนิน
  • Interests:ดนตรีคลาสสิค ประวัติศาสตร์ศิลปะและปรัชญา
  • ชื่อเล่น : นก
  • สีรถ : เทาซิลเวอร์สโตน
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : พันธมิตรสีหมอก

Posted 30 November 2009 - 08:39 PM

สมมุติว่า ผมจะติดตั้งชุดเครื่องเสียงที่ดูหนังและฟังเพลง คำถามว่า
1. เราจะเครื่องเล่นรวมหรือแยกดีกว่า
2. เครื่องที่ดูหนังควรจะเป็นเครื่องใบ้หรือ เครื่องเล่นรวม ที่ขายในท้องตลาดครับ

#15 jiraw

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 933 posts
  • Gender:Male
  • Location:ลาดกระบัง (สุุวรรณภูมิ) กทม.
  • Interests:Car Racing, Photography
  • ชื่อเล่น : ไมค์
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : สมตุ๋ย

Posted 30 November 2009 - 09:25 PM

View Postlucky Fit, on Nov 29 2009, 12:24, said:

หวัดดีครับ พี่ไมค์ พอดีเมื่อวานงานที่ร้านยุ่งมากเลยไม่ได้ตอบใครเลยครับ

การเลือกซื้อลำโพง 2 ทางแยกชิ้น และมาเพิ่ม ลำโพง 3 นิ้ว คนละยี่ห้อ หรือลำโพง 3 ทางของยี่ห้อเดียวกัน
อันนี้ ผมไม่แนะนำเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะว่า คาแร็กเตอร์ ของเสียงที่เป็นแนวทางเดียวกัน มันจะขาดความกลมกลืนและก็ลำโพง 2 ทางที่เป็น 6 นิ้วครับ ต้องดูคุณสมบัติของตัวดอกลำโพงก่อนนะครับ ว่าสามารถทำงานเป็น Midbass ที่ทำงานย่านความถี่ต่ำได้หรือเปล่าครับ เท่าที่ผมได้หาข้อมูลมาให้ ตัวดอกลำโพงที่มีมาในชุด ลำโพง 3 ทาง เฉพาะตัว 6 นิ้วครับ จะใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นตัวกรวยลำโพง หรือแม้กระทั่งแม่เหล็กครับ เสียงที่ได้ ผมว่าที่มาเป็น ชุดจากผู้ผลิตโดยตรงน่าจะดีกว่าครับ และก็แนะนำเพิ่มเติมครับ ถ้าเราเล่นเป็นชุดจากผู้ผลิตแล้วเราเกิดไม่ถูกใจในเสียงที่ได้ เราอาจจะอัฟเกรดเพิ่มเติมได้นี่ครับ เช่นขยับไปเล่นรุ่นที่ใหญ่กว่า หรือ เปลี่ยนเฉพาะตัว ทวิสเตอร์ เพื่อให้เสียงแหลมดีขึ้นครับ

และก็เพิ่มเติมนิดนึงครับ ลำโพง 3 ทาง ที่มาเป็นชุดเนี่ยเขามี พาสซีพ 3 ทางมาด้วยครับ เผื่อให้มีแนวทางในการเลือกเล่นมากกว่าเช่นการเล่นผ่านพาสซีพด้วยครับ หรือใช้ระบบ Quad Amp ได้ด้วยครับ

ขอขอบคุณครับสำหรับคำถามครับ

ปล. ไว้วันหลังจะถามเรื่องเทคนิคการถ่ายรูปครับ

ขอบคุณมากๆ ครับพี่หนุ่ม สำหรับคำตอบครับ เครียร์เลยครับ
ส่วนเรื่องถ่ายรูป..เด๋วจัดให้...อิอิ
กล้องตัวใหม่ถอยยัง !!! เด๋วจะพาไปออกทริป ถ่ายนู๊ด เอ้ย..ถ่ายนก !!! :sm34:

#16 nakakaction

    สมาชิกหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPip
  • 179 posts
  • Gender:Female
  • ชื่อเล่น : Na_KaK_ActioN
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 01 December 2009 - 08:40 AM

พี่หนุ่มครับ ลำโพง3ทาง ต้องใช่แอมกำลังวัตเท่าไหร่ครับ หรือ50x4 ก็ได้ครับ

#17 Mr.N

    สมาชิกหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPip
  • 143 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : Mr.N
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E MT, 1.8 E AT (AS) Navi

Posted 01 December 2009 - 10:29 AM

ขอรบกวนด้วยครับ

ระหว่าง
ลำโพง กลางแหลม แยกชิ้น 2 ทาง ยี่ห้อ Stage รุ่น JUNO 6.5

กับ

ลำโพง กลางแหลม แยกชิ้น 2 ทาง ขนาด 6.5 นิ้ว ยี่ห้อ MB QUART รุ่น REFERENCE RSI 216

แต่ละตัวแนวเสียงไปทางไหนครับ ฟังทั่วๆไป เน้นฟังสนุก ไม่จับผิด ชอบฟังสไตล์ calorie blabla กับ เจนิเฟอรคิ้ม เป็นพิเศษ ตัวไหน
น่าใช้มากกว่ากันครับเอาแบบฟังสบายๆ นานๆไม่ล้าหู

ดูเหมือนตัว RSI216 จะค่อนข้างกินวัตต์มาก ถ้าใช้ AMP class-A 65*4 ขับ เสียงจะออกอิ่มไหมครับ


ขอบคุณครับ

#18 อรุณฉาบดาบ

    สมาชิกหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPip
  • 234 posts
  • ชื่อเล่น : เรืองวับวาว
  • สีรถ : N/A
  • รุ่น : N/A

Posted 02 December 2009 - 12:49 AM

View Postlucky Fit, on Nov 29 2009, 12:24, said:

หวัดดีครับ พี่ไมค์ พอดีเมื่อวานงานที่ร้านยุ่งมากเลยไม่ได้ตอบใครเลยครับ

การเลือกซื้อลำโพง 2 ทางแยกชิ้น และมาเพิ่ม ลำโพง 3 นิ้ว คนละยี่ห้อ หรือลำโพง 3 ทางของยี่ห้อเดียวกัน
อันนี้ ผมไม่แนะนำเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะว่า คาแร็กเตอร์ ของเสียงที่เป็นแนวทางเดียวกัน มันจะขาดความกลมกลืนและก็ลำโพง 2 ทางที่เป็น 6 นิ้วครับ ต้องดูคุณสมบัติของตัวดอกลำโพงก่อนนะครับ ว่าสามารถทำงานเป็น Midbass ที่ทำงานย่านความถี่ต่ำได้หรือเปล่าครับ เท่าที่ผมได้หาข้อมูลมาให้ ตัวดอกลำโพงที่มีมาในชุด ลำโพง 3 ทาง เฉพาะตัว 6 นิ้วครับ จะใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นตัวกรวยลำโพง หรือแม้กระทั่งแม่เหล็กครับ เสียงที่ได้ ผมว่าที่มาเป็น ชุดจากผู้ผลิตโดยตรงน่าจะดีกว่าครับ และก็แนะนำเพิ่มเติมครับ ถ้าเราเล่นเป็นชุดจากผู้ผลิตแล้วเราเกิดไม่ถูกใจในเสียงที่ได้ เราอาจจะอัฟเกรดเพิ่มเติมได้นี่ครับ เช่นขยับไปเล่นรุ่นที่ใหญ่กว่า หรือ เปลี่ยนเฉพาะตัว ทวิสเตอร์ เพื่อให้เสียงแหลมดีขึ้นครับ

และก็เพิ่มเติมนิดนึงครับ ลำโพง 3 ทาง ที่มาเป็นชุดเนี่ยเขามี พาสซีพ 3 ทางมาด้วยครับ เผื่อให้มีแนวทางในการเลือกเล่นมากกว่าเช่นการเล่นผ่านพาสซีพด้วยครับ หรือใช้ระบบ Quad Amp ได้ด้วยครับ

ขอขอบคุณครับสำหรับคำถามครับ

ปล. ไว้วันหลังจะถามเรื่องเทคนิคการถ่ายรูปครับ


ขออนุญาต เห็นแตกต่าง จากคุณ lucky Fit ครับ

ตอนเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ใหม่ๆ เดินไปร้านเครื่องเสียงหลายๆร้าน แล้วถามประโยคนี้ เหมือนคุณ Jira
ผมก็ได้คำตอบแบบคุณ lucky Fit อย่างงี้เหมือนกัน

แต่ในใจผมก็ค้านมาตลอดเหมือนกัน ดูจากลำโพงบ้าน แพงๆ หลักแสน หลักล้าน
จะไม่ได้ใช้ลำโพงจากค่ายเดียวกันมาประกอบเป็น Loundspeaker

เท่าที่เห็น ในแต่ละค่ายดังๆ ที่ทำ Loudspeaker ขาย เช่น Wilson Audio , Sonus Fabre , Pro ac ฯลฯ

จะเลือก Raw Driver จากโรงงานที่ผลิตลำโพง เช่ิน Scan-Speak , Vifa , Eton , Seas เป็นต้น

แล้วนำมาผสมผสาน กันอย่างลงตัว ก่อนที่จะประกอบเป็น Loudspeaker ขายต่อไป

จากที่เคย ลองเล่นเองบ้าง ก็เข้าใจ เหตุผลบางอย่าง ว่า

"ทำไม ต้องใช้ลำโพงต่างค่ายกัน"

ปัจจัยแรกเลย คือ Spec หรือ คุณสมบัติของ ดอกลำโพง ต้องสามาถเกื้อหนุนกันและกัน และ เอื้อต่อรูปแบบตู้ทีุ่ถูกกำหนดขึ้น
ปัจจัยต่อมา คือ บุคลิกของดอกลำโพง แต่ละตัว ส่งเสริมและหักล้างกัน ตรงไหน อย่างไร

ซึ่ง ไม่จำเป็นเสมอไป ว่า ดอกลำโพงแต่ละรุ่น ของโรงงานผลิตที่เดียวกัน จะสามารถ Matching ลงตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่ยากขึ้นไปอีก คือ การจับ Matching ไม่จำเป็นต้องส่งเสริมกันตลอดทุกบุคลิก บางบุคลิก อาจจะต้องหักล้างกัน
เพื่อความลงตัวที่สุดเท่าที่เขาต้องการ

ดังนั้น ต้นทุนการทำวิจัย ตรงนี้ จึงทำให้ Loudspeaker มีราคาสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับ ราคา Raw Speaker

:::ลองพิจารณา กันดีๆอีกครั้งครับ:::

#19 jiraw

    Turn Pro

  • Full Member 2
  • PipPipPipPipPip
  • 933 posts
  • Gender:Male
  • Location:ลาดกระบัง (สุุวรรณภูมิ) กทม.
  • Interests:Car Racing, Photography
  • ชื่อเล่น : ไมค์
  • สีรถ : ดำไนท์ฮอว์ก/ดำคริสตัล
  • รุ่น : 1.8 S MT
  • ชื่อเล่นรถ : สมตุ๋ย

Posted 02 December 2009 - 08:50 AM

View Postอรุณฉาบดาบ, on Dec 2 2009, 00:49, said:

ขออนุญาต เห็นแตกต่าง จากคุณ lucky Fit ครับ

ตอนเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ใหม่ๆ เดินไปร้านเครื่องเสียงหลายๆร้าน แล้วถามประโยคนี้ เหมือนคุณ Jira
ผมก็ได้คำตอบแบบคุณ lucky Fit อย่างงี้เหมือนกัน

แต่ในใจผมก็ค้านมาตลอดเหมือนกัน ดูจากลำโพงบ้าน แพงๆ หลักแสน หลักล้าน
จะไม่ได้ใช้ลำโพงจากค่ายเดียวกันมาประกอบเป็น Loundspeaker

เท่าที่เห็น ในแต่ละค่ายดังๆ ที่ทำ Loudspeaker ขาย เช่น Wilson Audio , Sonus Fabre , Pro ac ฯลฯ

จะเลือก Raw Driver จากโรงงานที่ผลิตลำโพง เช่ิน Scan-Speak , Vifa , Eton , Seas เป็นต้น

แล้วนำมาผสมผสาน กันอย่างลงตัว ก่อนที่จะประกอบเป็น Loudspeaker ขายต่อไป

จากที่เคย ลองเล่นเองบ้าง ก็เข้าใจ เหตุผลบางอย่าง ว่า

"ทำไม ต้องใช้ลำโพงต่างค่ายกัน"

ปัจจัยแรกเลย คือ Spec หรือ คุณสมบัติของ ดอกลำโพง ต้องสามาถเกื้อหนุนกันและกัน และ เอื้อต่อรูปแบบตู้ทีุ่ถูกกำหนดขึ้น
ปัจจัยต่อมา คือ บุคลิกของดอกลำโพง แต่ละตัว ส่งเสริมและหักล้างกัน ตรงไหน อย่างไร

ซึ่ง ไม่จำเป็นเสมอไป ว่า ดอกลำโพงแต่ละรุ่น ของโรงงานผลิตที่เดียวกัน จะสามารถ Matching ลงตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่ยากขึ้นไปอีก คือ การจับ Matching ไม่จำเป็นต้องส่งเสริมกันตลอดทุกบุคลิก บางบุคลิก อาจจะต้องหักล้างกัน
เพื่อความลงตัวที่สุดเท่าที่เขาต้องการ

ดังนั้น ต้นทุนการทำวิจัย ตรงนี้ จึงทำให้ Loudspeaker มีราคาสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับ ราคา Raw Speaker

:::ลองพิจารณา กันดีๆอีกครั้งครับ:::

ขอบคุณครับ พี่รุนฉาบ ที่ให้ข้อคิดดีๆ
ที่กล่าวมาเกือบทั้งหมดเป็นลำโพงบ้านใช่ไม๊ครับ
สำหรับลำโพงรถยนต์มีแต่ต่างกับลำโพงบ้านไม๊ครับพี่

สำหรับข้อคิดในแง่ การผสมผสานกันอย่างกลมกลืนถือเป็นจุดสำคัญ อันนี้เห็นด้วยอย่างมากเลยครับ
ถ้าผู้ผลิต เค้าคัดสรรพ ลำโพงในแต่ละดอก หรือแม้แต่ละยี่ห้อก็ตามแล้วมาจัดชุดมาแบบสำเร็จรูป
ก็คงถือว่าไม่แตกต่างอะไรจาก ชุดสามทางที่มาจากที่ๆ เดียวกันหรือยี่ห้อเดียวกัน แน่นอนครับ

แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ การมาจัดชุดเองโดยร้านติดตั้งเองนั้น จะได้ผลลัพท์ที่ดีเทียบเท่า หรือสูงกว่า
ผู้ผลิตหรือไม่มากกว่าครับ โดยเฉพาะอย่างที่พี่รุนฉาบ กล่าวไว้ว่า

"ดอกลำโพงแต่ละรุ่น ของโรงงานผลิตที่เดียวกัน จะสามารถ Matching ลงตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่ยากขึ้นไปอีก คือ การจับ Matching ไม่จำเป็นต้องส่งเสริมกันตลอดทุกบุคลิก บางบุคลิก อาจจะต้องหักล้างกัน
เพื่อความลงตัวที่สุดเท่าที่เขาต้องการ"


อาจจะหมายถึงได้อีกมุมนึงว่า หากลำโพงสองทางสักชุดนึงมีบุคลิกในด้านดีสิ่งนึง แต่มีด้านที่ยังไม่ลงตัวอยู่
เลยต้องเอา ลำโพงอีกอย่างนึงมาช่วยเสริมเข้าไปเพื่อหักล้างกับจุดบอดสิ่งนั้นออกไป อันนี้คงจะเป็นข้อดี
ที่จะสามารถให้ สร้างสรรพระบบเสียงได้ตรงความชอบของลูกค้าได้ง่าย (เหมือนพ่อครัวปรุงรสตามใจลูกค้าได้)
แต่ความต้องการของลูกค้าคือสิ่งที่จับต้องได้ยาก เพราะมีความแตกต่างกันได้ตลอด ผมจึงไม่ได้นำมาใส่ไว้
ในคำถามผมตั้งแต่ตอนแรก ผมจึงได้มุ่งไปที่ตัวสินค้าอย่างเดียว

แต่ก็ขอบคุณนะครับ ที่ให้ข้อคิดดีๆ ครับ

#20 spl th

    สมาชิกหมื่นโล

  • Full Member
  • PipPipPip
  • 147 posts
  • Gender:Male
  • ชื่อเล่น : tao
  • สีรถ : ขาวทาฟเฟต้า
  • รุ่น : 1.8 E AT (AS)

Posted 02 December 2009 - 10:44 AM

ผมว่า ถ้าไม่จำเป็น อย่าผสมครับ มันเสี่ยงเกินไป สำหรับ ผู้ใช้ ทั่วไป
อาจจะจริงที่ลำโพงบ้าน ส่วนใหญ่คือการผสมกันระหว่างไดรเวอร์หลายยี่ห้อ เเต่นั้นมันลำโพงบ้านครับ มีปัจจัยเกื้อหนุนมากมาย เเค่ใสตู้ลองฟังก็ง่ายกว่ารถที่ การติดตั้งใน ตำเเหน่งที่เเตกต่างกันทางอคูสติก
คงมีคนที่เก่งที่สามารถผสมผสานลำโพงอย่างที่ว่าได่อย่างลงตัวครับ เเต่ผมมองว่า เวลาที่ใช้ไปน่าจะ มากกว่าการที่หาลำโพงที่ออกเเบบเป็นเซ็ท มาจำหน่ายครับ
อาจยกตัวอย่างคราวๆ ใช้สองทางอยู่เเล้วไปหา มิดเร็นท์ มาใส่เพื่อทำสามทาง ต้องดูองค์ประกอบทางสเปค ว่า ใกล้เคียงไหม
ค่าความไวได้หรือเปล่า
ทนวัตน์เท่ากันหรือเปล่า
เสียงออกเเนวเดี่ยวกันหรือเปล่า
เร็นท์ในการตอบสนองสอดคล้องกันหรือเปล่า
เหมาะสมกับตำเเหน่งที่ติดตั้งไหม
การออกเเบบพาสซีพ ที่ต้องทดลอง ฟัง
ดูเหมือนง่าย ครับ เเต่ผมว่ายาก
ความเสี่ยงที่คนที่ติดตั้งจะทำออกมาได้ดีนั้น สูงไป รือเปล่าด้วยเงื่อนไข เวลา ค่าใช้จ่าย เป็นต้น
เเต่ถ้าติดว่า คุ้มค่า ก็ลองดูครับ
ย่างที่คุณอรุณดาบฉายกล่าว ผมว่ามันจะเเพงกว่า การนำลำโพงที่ออกเเบบดีไซด์มาเหมาะสมเเล้ว ครับ เนื่องจากเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ ที่ต้องใช้ไปกับการผสมลำโพงขึ้นมาใหม่ เเละจะให้ได้คุณภาพที่ดีพอ โดยที่มองว่าเป็นการต่อยอดจากชุดเดิม
ที่คิดว่าจะราคาถูกกว่าการเปลี่ยนไปใช้สามทางครับ