อัปเดตล่าสุด:

คู่มือเลือกและเปลี่ยนแบตเตอรี่ Honda Civic

แบตเตอรี่คือหัวใจของระบบไฟฟ้าในรถยนต์ การเลือกแบตเตอรี่ที่ถูกต้องทั้งในแง่ของขนาด, ค่า CCA, และประเภท จะช่วยให้รถของคุณสตาร์ทติดง่ายและมีอายุการใช้งานยาวนาน หน้านี้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อช่วยให้คุณดูแลและเปลี่ยนแบตเตอรี่ Civic ของคุณได้อย่างมั่นใจ

6 สัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ

สตาร์ทติดยาก

มีเสียงแชะๆ หรือลากยาวกว่าปกติเวลาสตาร์ท

ระบบไฟรวน

ไฟหน้าไม่สว่างเท่าเดิม ไฟในห้องโดยสารกะพริบ

กระจกไฟฟ้าทำงานช้า

กระจกเลื่อนขึ้น-ลงช้ากว่าปกติ

แบตเตอรี่บวม

ตัวแบตเตอรี่มีลักษณะบวมผิดรูปทรง

มีคราบขี้เกลือ

มีคราบขาวหรือเขียวเกาะที่ขั้วแบตเตอรี่

อายุเกิน 2 ปี

แบตเตอรี่ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 1.5-2.5 ปี

ประเภทของแบตเตอรี่: เลือกแบบไหนดี?

แบตเตอรี่น้ำ (Conventional)

ต้องเติมน้ำกลั่นสม่ำเสมอ ทนทานต่อการประจุไฟเกินได้ดี แต่ต้องการการดูแลรักษา

แบตเตอรี่กึ่งแห้ง (MF - Maintenance Free)

ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน สะดวกสบาย เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป

แบตเตอรี่ EFB (Enhanced Flooded Battery)

พัฒนามาเพื่อรถยนต์ที่มีระบบ Auto Start-Stop จ่ายไฟได้เสถียรกว่าและทนทานกว่า MF

แบตเตอรี่ AGM (Absorbent Glass Mat)

ประสิทธิภาพสูงสุด จ่ายไฟแรงและเสถียรมาก เหมาะกับรถยนต์สมรรถนะสูงและมีระบบไฟฟ้าซับซ้อน

Civic FE (2021–ปัจจุบัน)

รุ่นย่อยขนาด/รหัสแบตเตอรี่ (มาตรฐาน)แอมป์ (Ah)
1.5 Turbo (EL, EL+, RS)EFB Q-85 (D23L)65Ah
e:HEVLN2 (DIN65)65Ah

หมายเหตุ: รุ่น Turbo ต้องใช้แบตเตอรี่ชนิด EFB เท่านั้นเพื่อรองรับระบบ Auto Start-Stop

Civic FC/FK (2016–2021)

รุ่นย่อยขนาด/รหัสแบตเตอรี่ (มาตรฐาน)แอมป์ (Ah)
1.8 E/EL46B24L45Ah
1.5 Turbo/RS/FKEFB Q-85 (D23L)65Ah

หมายเหตุ: รุ่น 1.5 Turbo ต้องใช้แบตเตอรี่ชนิด EFB เท่านั้นเพื่อรองรับระบบ Auto Start-Stop

Civic FB (2012–2015)

รุ่นย่อยขนาด/รหัสแบตเตอรี่ (มาตรฐาน)แอมป์ (Ah)
ทุกรุ่นย่อย46B24L45Ah

หมายเหตุ: สามารถอัพเกรดเป็น 55-60Ah ได้หากมีการติดตั้งเครื่องเสียงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มเติม

Civic FD (2006–2011)

รุ่นย่อยขนาด/รหัสแบตเตอรี่ (มาตรฐาน)แอมป์ (Ah)
ทุกรุ่นย่อย46B24L45Ah

หมายเหตุ: เป็นรุ่นที่นิยมอัพเกรดขนาดแบตเตอรี่เป็น 55-60Ah เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

วิธีเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง (DIY)

1

เตรียมเครื่องมือ

ประแจเบอร์ 10 และ 12, ถุงมือ, แว่นตาป้องกัน

2

ดับเครื่องยนต์

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทั้งหมดปิดอยู่

3

ถอดขั้วลบ (-)

ใช้ประแจเบอร์ 10 คลายและถอดขั้วลบ (สีดำ) ออกก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการลัดวงจร

4

ถอดขั้วบวก (+)

เปิดฝาครอบขั้วบวก (สีแดง) แล้วใช้ประแจเบอร์ 10 คลายและถอดออก

5

ถอดเหล็กรัดแบตเตอรี่

ใช้ประแจเบอร์ 12 คลายน็อตที่ยึดเหล็กรัดฐานแบตเตอรี่ออก

6

ยกแบตเตอรี่เก่าออก

ยกแบตเตอรี่ลูกเก่าออกตรงๆ ระวังน้ำกรดที่อาจรั่วซึม

7

ทำความสะอาดขั้วและฐาน

ใช้แปรงลวดหรือผ้าทำความสะอาดคราบขี้เกลือที่ขั้วแบตและฐานรอง

8

ใส่แบตเตอรี่ใหม่

วางแบตเตอรี่ลูกใหม่ลงไป แล้วใส่เหล็กรัดกลับให้แน่นพอดี

9

ใส่ขั้วบวก (+)

ใส่ขั้วบวก (สีแดง) ก่อนเสมอ และขันให้แน่น

10

ใส่ขั้วลบ (-)

ใส่ขั้วลบ (สีดำ) เป็นลำดับสุดท้าย และขันให้แน่น

11

สตาร์ทเครื่องยนต์

ทดลองสตาร์ทและตรวจสอบการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งหมด

12

รีเซ็ตระบบ

อาจต้องมีการรีเซ็ตกระจกไฟฟ้า, วิทยุ, หรือระบบอื่นๆ ตามคู่มือรถ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แบตเตอรี่มีอายุกี่ปี?
โดยเฉลี่ย 1.5 - 2.5 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน รถที่มีระบบ Auto Start-Stop หรือติดเครื่องเสียงเยอะ แบตเตอรี่อาจมีอายุสั้นลง
ควรเลือกแบตแห้งหรือแบตน้ำ?
แบตแห้ง (MF) ไม่ต้องดูแลรักษา เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนแบตน้ำอาจทนทานกว่าหากดูแลระดับน้ำกลั่นสม่ำเสมอ แต่สำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบไฟฟ้าซับซ้อน แบต EFB หรือ AGM จะเหมาะสมที่สุด
จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ EFB กับรถรุ่น Turbo หรือไม่?
จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะระบบ Auto Start-Stop ต้องการแบตเตอรี่ที่ทนทานต่อการชาร์จและคายประจุบ่อยครั้ง การใช้แบตเตอรี่ธรรมดาจะทำให้อายุการใช้งานสั้นมากและอาจเกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าได้
หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ต้องทำอะไรบ้าง?
อาจต้องรีเซ็ตระบบกระจกไฟฟ้า (โดยการกดค้าง) และตั้งค่าววิทยุใหม่ ในบางกรณีอาจต้องใช้เครื่องมือเพื่อลบโค้ดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นชั่วคราว